CIMjournal
banner mosquito dengue

Update Situation of Dengue and Dengue Vaccine in Thailand


นพ. ธเนศ สายลือนาม
สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พญ. เกษวดี ลาภพระรศ. พญ. เกษวดี ลาภพระ
สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ไข้เลือดออก (Dengue hemorrhagic fever; DHF) จัดเป็นโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ (Re-emerging disease) และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะในประเทศแถบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิด single stranded RNA จัดอยู่ในกลุ่ม genus Flavivirus ไวรัสเดงกี่มี 4 สายพันธุ์ คือ DEN-1, DEN-2, DEN-3 และ DEN-4 มียุงลาย (Aedes aegypti) เป็นพาหะนำโรค (1) โดยพบมีผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกี่กว่า 100 – 400 ล้านรายต่อปี และผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกกว่า 10,000 รายต่อปี (2) องค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายที่จะลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้เลือดออกให้เหลือร้อยละ 0 ในปี ค.ศ. 2030 (2)(6)

ไข้เลือดออกยังเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขไทย  สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันจากรายงานการเฝ้าระวังโรคระบาดวิทยา (รง.506) ในปี พ.ศ. 2566 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม จำนวน 139,719 ราย ซึ่งหากเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีแนวโน้มที่สูงขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบ ณ ช่วงเวลาเดียวกันกับปี พ.ศ. 2565 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3.4 เท่า (3)

ในปัจจุบันผู้ป่วยติดเชื้อเดงกี่มีแนวโน้มอายุที่สูงมากขึ้น โดยกว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยเป็นกลุ่มอายุมากกว่า 15 ปี (4) เมื่อพิจารณาถึงอัตราป่วยตามช่วงอายุ พบว่า อัตราป่วยสูงสุดยังเป็นกลุ่มผู้ป่วยเด็กในช่วงอายุ 5 – 14 ปี คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเดงกี่ทั้งหมด นอกจากจำนวนของผู้ป่วยไข้เลือดออกที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราการเสียชีวิตก็สูงมากขึ้นกว่าเดิม โดยในปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้วกว่า 150 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.1 พบผู้เสียชีวิตในทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่อายุสูงสุดที่รายงาน 90 ปี (5) และพบว่าผู้ป่วยผู้ใหญ่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยเด็ก โดยสูงสุดในช่วงอายุ 55-64 ปี (ร้อยละ19) ช่วงอายุ 25-34 ปี (ร้อยละ19) และช่วงอายุ 45 – 54 (ร้อยละ18) ปีตามลำดับ (4)

การระบาดของไวรัสเดงกี่ในประเทศไทยพบเป็นได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ ที่พบมากคือ DEN-1 และ DEN-2 ซึ่งพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์กับอาการรุนแรง (severe dengue หรือ DHF) มีผลกับอัตราการเสียชีวิต และเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาด สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตพบว่าในกลุ่มผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยกว่า 15 ปี มีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วน การมาโรงพยาบาลช้า (หลังวันที่4 จากที่เริ่มมีอาการป่วย) และมีประวัติการใช้ยาแก้ปวดลดไข้ชนิด NSAIDs

รูปที่ 1 แผนภูมิแสดงสายพันธุ์ไวรัสเดงกี่ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2566
ดัดแปลงจาก รายงานการเฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยา (506)กองระบาดวิทยา ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566


ส่วนกลุ่มผู้เสียชีวิตที่อายุมากกว่า 15 ปี ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสัมพันธ์กับการมาโรงพยาบาลช้า (หลังวันที่ 4 จากที่เริ่มมีอาการป่วย) การมีโรคประจำตัวและผู้ป่วยที่มีปัญหาติดสุรา (4)

การติดเชื้อไวรัสเดงกี่ก่อให้เกิดอาการได้หลากหลายและมีความรุนแรงแตกต่างกันตามแต่บุคคล ตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงภาวะช็อก มีเลือดออกรุนแรง หรือมีความผิดปกติของอวัยวะสำคัญเนื่องจากการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย แม้ส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรงแต่สามารถเป็นพาหะให้ยุงลายกัดและรับเชื้อนำไปสู่การแพร่ระบาดในชุมชนได้  โดย 1 ใน 4 ของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่จะมีอาการแสดงของไข้เลือดออก และอาจมีภาวะเดงกี่ช็อก (Dengue shock syndrome) ตามมาได้

แม้ว่าประเทศไทยได้มีความพยายามในการลดจำนวนผู้ป่วยเดงกี่ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการการจัดการกับยุงลายและสิ่งแวดล้อม การใช้สารเคมีฉีดพ่นในพื้นที่การระบาดของไข้เลือดออก หรือการใส่ทรายอะเบตในภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่ก็ยังพบการระบาดของไข้เลือดออกอยู่เป็นระยะและมีแนวโน้มที่จะสูงมากขึ้น รวมถึงยังไม่มียาต้านไวรัสรักษาจำเพาะ เป็นการรักษาตามอาการและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน วัคซีนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะช่วยลดอาการแสดงและความรุนแรงของโรคได้

วัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในประเทศไทยมี 2 ชนิด ชนิดแรกคือ Chimeric Yellow fever Dengue Tetravalent Dengue Vaccine (CYD-TDV) หรือ Dengvaxia® เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ผลิตจากไวรัสลูกผสมระหว่างเชื้อไวรัสไข้เหลือง (YF) สายพันธุ์ 17D กับไวรัสเดงกี่ทั้งสี่สายพันธุ์โดยเอาเฉพาะส่วน pre-membrane gene (prM) กับ envelope gene (E) ของไวรัสเดงกี่มาใส่ในไวรัส YF 17D เพาะเลี้ยงใน vero cell วัคซีนได้รับการขึ้นทะเบียนในอายุ 6-45 ปี โดยฉีดจำนวน 3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 6 และ 12 เดือน การศึกษาวิจัยวัคซีนในระยะที่ 3 ในภาพรวมโดยไม่คำนึงถึงว่าเคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อนหรือไม่ก่อนฉีดวัคซีน (serostatus)  ในกลุ่มประชากรอายุ 9-16 ปี วัคซีน Dengvaxia®  สามารถลดไข้เลือดออกที่มีอาการได้ร้อยละ 65.6 (95% CI: 60.7–69.9) ป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากไข้เลือดออกได้ร้อยละ 80.8 (95% CI: 70.1–87.7) และป้องกันไข้เลือดออกรุนแรงได้ร้อยละ 93.2 (95% CI: 77.3–98.0) และเมื่อติดตามจนถึง 5 ปีหลังฉีดวัคซีน อัตราการนอนโรงพยาบาลและเกิดไข้เลือดออกรุนแรงในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนพบน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง มีข้อมูลการติดตามอาสาสมัครหลังได้รับวัคซีน พบว่าในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อและไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อเดงกี่ (Dengue seronegative) อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออกรุนแรงเพิ่มขึ้นหากได้รับวัคซีน องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำฉีดวัคซีนชนิดนี้เฉพาะในผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน (Dengue seropositive) เท่านั้น และแนะนำการเจาะตรวจภูมิคุ้มกันต่อเดงกี่ก่อนฉีดวัคซีน (7)(8)(9)

วัคซีนอีกชนิดคือ Dengue Tetravalent Vaccine (TAK-003) หรือ Qdenga® เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ผลิตจากเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ DEN-2 (TDV-2) เป็นแกนหลักทางพันธุุกรรม โดยสายพันธุ์ DEN-2 (TDV-2) พัฒนามาจากไวรัสในห้องปฏิบัติการ DEN -2 primary dog kidney (PDK)-53 ส่วนอีก 3 สายพันธุ์เป็นไวรัสลูกผสม (chimeras) สร้างมาจากการแทนที่่ pre-membrane gene และ envelope gene ของ TDV-2 ด้วยสายพันธุ์ wild-type ของ DEN-1, DEN-3 และ DEN-4 ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยในอายุ 4-60 ปี ฉีดจำนวน 2 เข็มห่างกัน 3 เดือน โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันต่อเดงกี่ก่อนฉีดวัคซีน (9)

รูปที่ 2 แสดงโครงสร้างส่วนประกอบของวัคซีน CYD-TDV และ TAK-003 (10)

(CYD-TDV: Chimeric Yellow fever Dengue Tetravalent Dengue Vaccine, TAK-003: Dengue Tetravalent Vaccine (TAK-003), prM: Pre-membrane gene, E: Envelope gene)


ข้อมูลจากการศึกษาวัคซีน TAK-003 ทางคลินิคระยะที่ 3 Tetravalent Immunization against Dengue Efficacy Study (TIDES) ทำการศึกษาในกลุ่มเด็กอายุ 4-16 ปี ให้วัคซีน 2 เข็มห่างกัน 3 เดือน และติดตามประสิทธิภาพของวัคซีนเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน

  • ที่ 12 เดือนพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อเดงกี่ (Virological confirm dengue) ไม่ว่าสายพันธุ์ใด ร้อยละ 2 (95% CI: 73.3-85.3) (11)
  • ติดตามที่ 18 เดือนพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อเดงกี่ ร้อยละ 4 (95% CI: 82.6-94.7) และป้องกันภาวะไข้เลือดออก ร้อยละ 85.9 (95% CI: 31.9-97.1) (12)
  • ติดตามที่ 36 เดือนพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อเดงกี่ ร้อยละ 0 (95% CI: 56.6-66.7) และป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อเดงกี่ ร้อยละ 83.6 (95% CI: 76.3-88.4) โดยไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่เคยติดเชื้อหรือไม่เคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อน (13)
  • ติดตามที่ 5 ปีพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อเดงกี่ ร้อยละ 61.2 (95% CI: 56-56.8) ป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อเดงกี่ ได้ร้อยละ 84.1 (95% CI: 77.8-88.6) และป้องกันภาวะไข้เลือดออก ร้อยละ 70 (95% CI: 31.5-86.9) โดยไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่เคยติดเชื้อหรือไม่เคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อน (14) เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพของวัคซีนต่อสายพันธุ์ของไวรัสเดงกี่ พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ (14) โดยเฉพาะสายพันธุ์ DEN-1 และ DEN-2
  • มีการศึกษาเพื่ออนุมานประสิทธิผลการสร้างภูมิคุ้มกัน (Immunogenicity bridging) ในอาสาสมัคร อายุ 18-60 ปี โดยให้วัคซีน 2 เข็มห่างกัน 3 เดือน ติดตามระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกี่หลังได้รับวัคซีนที่ 1 เดือนและ 9 เดือน พบว่ามีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกับการศึกษาในเด็ก สนับสนุนว่าวัคซีนน่าจะมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกันเมื่อให้ในผู้ใหญ่ (15)
  • ข้อมูลด้านความปลอดภัย พบว่าผลข้างเคียงที่พบได้เป็นชนิดไม่รุนแรง เช่น ปวดบวมในบริเวณที่ฉีดวัคซีนและสามารถหายได้เองใน 1-3 วัน (16)

ตารางที่ 1 แสดงข้อมูลวัคซีนไข้เลือดออกที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย (9)(17) 

  • วัคซีนทั้ง 2 ชนิดเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ดังนั้นยังเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงและหญิงตั้งครรภ์
  • ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีน CYD-TDV มาก่อนและยังได้วัคซีนไม่ครบ ยังไม่มีข้อมูลการใช้วัคซีน TAK-003 ในการให้ฉีดต่อเนื่องกัน และในกรณีที่ได้วัคซีน CYD-TDV ครบแล้ว ยังไม่มีข้อมูลการรับวัคซีน TAK-003 เพิ่มเติม
  • สำหรับผู้ที่หายจากการเป็นไข้เลือดออกแล้ว ถ้าต้องการรับวัคซีนไข้เลือดออก ให้รับวัคซีนหลังจากเป็นไข้เลือดออกแล้วอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี

โดยสรุปไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยและทั่วโลก ในปัจจุบันยังไม่มีวิธี ใดในการควบคุมและลดความรุนแรงของไข้เลือดออกได้สมบูรณ์ที่สุด การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็นวิธีหนึ่ง ที่มีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อเดงกี่ ลดความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตได้ ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังควรต้องป้องกันการรับเชื้อเดงกี่ คือป้องกันยุงกัดและหากมีอาการชวนสงสัยว่าอาจเป็นไข้เลือดออก ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

 

เอกสารอ้างอิง
  1. Kimberlin DW, editor. Red book 2021-2024: Report of the committee on infectious diseases. 32nd ed. Elk Grove Village, IL: American Academy of Pediatrics; 2021.
  2. Dengue and severe dengue [Internet]. Who.int. [cited 2023 Nov 25]. Available from: https://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue
  3. กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคไข้เลือดออก พ.ศ. 2566 [Internet]. https://ddc.moph.go.th. [cited 2023 Nov 25]. Available from: https://lookerstudio.google.com/reporting/dfa7d4e2-b7f5-48ed-b40a-54f1cd4cbdfb/page/cFWgC?s=uJijraAskGk
  4. กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคไข้เลือดออก พ.ศ. 2566 [Internet]. https://ddc.moph.go.th/. [cited 2023 Nov 25]. Available from: https://lookerstudio.google.com/reporting/dfa7d4e2-b7f5-48ed-b40a-54f1cd4cbdfb/page/p_ortuohurpc?s=uJijraAskGk
  5. กรมควบคุมโรค กก. สถานการณ์โรคไข้เลือดออกเสียชีวิต พ.ศ. 2566 [Internet]. https://ddc.moph.go.th/. [cited 2023 Nov 25]. Available from: https://lookerstudio.google.com/reporting/d6aec7e8-02a7-4b7f-ae66-58568cfcdcc8/page/XG4FD?s=g-6yH8UBBVg
  6. Malecela Mwelecele Ntuli / Neglected tropical diseases. Ending the neglect to attain the Sustainable Development Goals: A road map for neglected tropical diseases 2021–2030. https://www.who.int/publications/i/item/9789240010352; 2021.
  7. WHO. Meeting of the Strategic Advisory Group of Experts on immunization, April 2018- conclusions and recommendations Weekly Epidemiological Record 2018;93:329-44.
  8. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในเวชปฏิบัติการใช้วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia. https://www.pidst.or.th/; 1 สิงหาคม 2561.
  9. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. ตารางการให้วัคซีนในเด็กไทย ปี พ.ศ. 2566. https://www.pidst.or.th/; 6 กุมภาพันธ์ 2566.
  10. Wilken L, Rimmelzwaan GF. Adaptive immunity to dengue virus: Slippery slope or solid ground for rational vaccine design? Pathogens [Internet]. 2020;9(6):470. Available from: http://dx.doi.org/10.3390/pathogens9060470
  11. Biswal S, Reynales H, Saez-Llorens X, Lopez P, Borja-Tabora C, Kosalaraksa P, et al. Efficacy of a tetravalent dengue vaccine in healthy children and adolescents. N Engl J Med [Internet]. 2019;381(21):2009–19. Available from: http://dx.doi.org/10.1056/NEJMoa1903869
  12. Biswal S, Borja-Tabora C, Martinez Vargas L, Velásquez H, Theresa Alera M, Sierra V, et al. Efficacy of a tetravalent dengue vaccine in healthy children aged 4-16 years: a randomised, placebo-controlled, phase 3 trial. Lancet [Internet]. 2020;395(10234):1423–33. Available from: http://dx.doi.org/10.1016/S0140-6736(20)30414-1
  13. Rivera L, Biswal S, Sáez-Llorens X, Reynales H, López-Medina E, Borja-Tabora C, et al. Three-year efficacy and safety of takeda’s dengue vaccine candidate (TAK-003). Clin Infect Dis [Internet]. 2022;75(1):107–17. Available from: http://dx.doi.org/10.1093/cid/ciab864
  14. Vianney Tricou NF. Efficacy and Safety of Takeda’s Tetravalent Dengue Vaccine Candidate (TAK-003) After 4.5 Years of Follow-Up. Presented at the 8th Northern European Conference of Travel Medicine; 2022.
  15. LeFevre I, Bravo L, Folschweiller N, Medina EL, Moreira ED Jr, Nordio F, et al. Bridging the immunogenicity of a tetravalent dengue vaccine (TAK-003) from children and adolescents to adults. NPJ Vaccines [Internet]. 2023;8(1):75. Available from: http://dx.doi.org/10.1038/s41541-023-00670-6
  16. Patel SS, Rauscher M, Kudela M, Pang H. Clinical safety experience of TAK-003 for dengue fever: A new tetravalent live attenuated vaccine candidate. Clin Infect Dis [Internet]. 2023;76(3):e1350–9. Available from: http://dx.doi.org/10.1093/cid/ciac418
  17. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (Recommendation Adult and Eldery Immunization). https://www.idthai.org/; พฤษภาคม 2566.

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก