CIMjournal
banner food 5

ใยอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน


พญ. อัญชลี เสนะวงษ์พญ. อัญชลี เสนะวงษ์
BNH Asthma & Allergy centre
โรงพยาบาล BNH

 

ใยอาหารและพรีไบโอติกคืออะไร

ใยอาหาร หรือ dietary fiber คือ ส่วนประกอบเชิงซ้อนโพลิเมอร์และโอลิโกเมอร์ของคาร์โบไฮเดรต ที่ไม่ถูกย่อยโดยลำไส้ของมนุษย์ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมัน และยังช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

พรีไบโอติก หรือ Prebiotic คือส่วนหนึ่งของใยอาหารที่ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นของแบคทีเรียตัวที่มีประโยชน์ในลำไส้ พรีไบโอติกที่เรารู้จักกันดีและมีการศึกษาว่ามีประโยชน์ต่อมนุษย์ ได้แก่ กลุ่มคาร์โบไฮเดรต oligosaccharides เช่น  fructooligosaccharides (FOS), galactooligosaccharides (GOS), inulins, pectins, และ β-galactomannan เป็นต้น


คำแนะนำปริมาณใยอาหารในปัจจุบัน

ตารางที่ 1 แสดงถึงปริมาณใยอาหารตามคำแนะนำจากสากล การศึกษาในประเทศอเมริกามีคำแนะนำให้กินอาหารที่มาจากพืช 30 ชนิดขึ้นไปต่อสัปดาห์จะส่งผลให้เกิดความหลากหลายของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้มากที่สุด นอกจากรับประทานอาหารที่สูงแล้วยังแนะนำให้กินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลที่ต่ำและปริมาณไขมันไม่สูงเกินไป มีปริมาณกรดไขมันและสารอาหารสำคัญอย่างครบถ้วน คำแนะนำของ The European Food Safety Authority แนะนำให้รับประทานอาหารอย่างน้อย 25 กรัมต่อวันในผู้ใหญ่ สำหรับคำแนะนำในกลุ่มโรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดและหัวใจ, มะเร็งลำไส้และโรคอ้วน แนะนำให้รับประทานใยอาหาร 25 ถึง 38 กรัมต่อวัน ใยอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งสำคัญของพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้                               

ตารางที่ 1 คำแนะนำปริมาณใยอาหารdietary-fiber-prebiotic


อาหารตัวอย่างที่มีใหญ่อาหารสูงได้แก่ กลุ่มผักผลไม้ ธัญพืชและพืชตระกูลถั่วดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ตัวอย่างอาหารที่มีปริมาณใยอาหารสูง

dietary-fiber-prebiotic


โดยอาหารที่มีพรีไบโอติกปริมาณมากได้แก่ มะเขือเทศ,อาร์ติโช้ค, กล้วย, หน่อไม้ฝรั่ง, ผลไม้ตระกูบเบอร์รี่, กระเทียม, หัวหอม, ผักใบเขียว, พืชตระกูลถั่วและบาเลย์ เป็นต้น


กลไกใยอาหารต่อระบบภูมิคุ้มกัน

การศึกษาพบว่าใยอาหารมีผลช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของผิวหนังลำไส้ (modulation of tight junction protein promoting epithelial barrier) นอกจากนั้นยังสัมพันธ์กับการกระตุ้นและการเติบโตของเซลล์  (goblet cell activation and function, regulation of epithelial cell growth และ glycocalyx maturation) กลไกอื่นๆของใยอาหารพบว่าเกี่ยวข้องกับตัวรับที่ผิวเซลล์ทางเดินอาหารชื่อว่า pattern recognition receptors (PRRs) หรือ Toll-like receptors (โดยเฉพาะ TLR-2 และ TLR-4) โดยเชื่อว่าทำให้เกิดการยับยั้ง PRRs activation และไปยับยั้ง TLR-2 induced cytokine secretion ซึ่งส่งผลให้ลดการอักเสบ รูปที่ 1

สารเหล่านี้เมื่อดูดซึมเข้าสู่ลำไส้แบคทีเรียตัวดีในลำไส้โดยแบคทีเรียกลุ่มสำคัญได้แก่ Clostridium, Bacteroides, Bifidobacterium, Prevotella, และ Ruminococcus เกิดกระบวนการแปลงสภาพทางชีวเคมีหรือ fermentation ทำให้เกิดสารผลลัพธ์หรือ metabolites สารสำคัญได้แก่กรดไขมันสายสั้น; short-chain fatty acids (SCFAs) ได้แก่ acetate, propionate, และ butyrate  กรดไขมันสายสั้นเหล่านี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านทางตัวรับที่ชื่อว่าG protein-coupled receptors (GPCRs) เช่น GPR41, GPR43, and GPR109A, ผ่านทาง epigenetic modifications ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้าง cytokine IL-10 และส่งผลต่อปริมาณและการทำงานของ regulatory T cells ผลลัพธ์ทำให้เพิ่มภูมิต้านทานหรือ Tolerance และลดการอักเสบในลำไส้นั่นเอง รูปที่ 2

dietary-fiber-prebioticรูปที่ 1 แสดงถึงผลของใหญ่อาหารต่อผิวลำไส้และเซลล์ทางภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินอาหาร

dietary-fiber-prebiotic
รูปที่ 2 แสดงถึงกลไกลของกรดไขมันสายสั้นซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงจากใยอาหารต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย


คำแนะนำของการให้ใยอาหารในปัจจุบันต่อโรคภูมิแพ้

ในปัจจุบันมีการศึกษาของพรีไบโอติกมีประโยชน์ต่อโรคต่างๆ เช่น การช่วยลดระดับไขมันไม่ดี LDL หรือ VLDL, การส่งเสริมทางภูมิคุ้มกัน,การลดอาการของลำไส้แปรปรวนหรือการอักเสบของลำไส้, เบาหวานและภาวะดื้อต่ออินซูลิน และภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโตส นอกจากนั้นยังมีการศึกษาผลเสริมต่อโรคมะเร็งในลำไส้อีกด้วย

ทั้งนี้ในการป้องกันหรือรักษาโรคภูมิแพ้นั้น องค์การภูมิแพ้โรคโลก (World Allergy Organization) ได้ออกคำแนะนำหรือ Guidelines for Allergic Disease Prevention (GLAD-P) โดยกล่าวว่าพรีไบโอติกสามารถใส่ในอาหารให้เด็กทารกที่ไม่ได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว ได้โดยอาจจะให้ผลที่ดีในการลดความเสี่ยงในการเกิดหอบหืดหรือหายใจเสียงวี้ซในเด็กได้ มีหลายการศึกษาที่ใส่พรีไบโอติกโดยเฉพาะGOS, FOS ร่วมกับเชื้อจุลินทรีย์สุขภาพในกลุ่ม Bifidobacterium  หรือ Lactobacillus พบว่าสามารถช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดภูมิแพ้ในเด็กได้ อย่างไรก็ตามในการศึกษาปัจจุบันยังค่อนข้างมีความหลากหลายของรูปแบบการศึกษา ดังนั้นยังสรุปโดยรวมได้ไม่ชัดเจน

 

เอกสารอ้างอิง
  1. Venter, C, Meyer, RW, Greenhawt, M, et al. Role of dietary fiber in promoting immune health—An EAACI position paper. Allergy. 2022; 77: 3185- 3198. doi: 10.1111/all.15430
  2. Markowiak P, Silizewska K. Effects of Probiotics, Prebiotics, and Synbiotics on Human Health. Nutrients. 2017 Sep 15;9(9):1021. doi: 10.3390/nu9091021.
  3. Fiocchi A, Cabana MD, Mennini M. Current Use of Probiotics and Prebiotics in Allergy. J Allergy Clin Immunol Pract. 2022 Sep;10(9):2219-2242. doi: 10.1016/j.jaip.2022.06.038.

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก