CIMjournal
banner เด็กป่วย 10

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron deficiency anemia)


พญ. นวลลักษณ์ อยู่เป็นสุขพญ. นวลลักษณ์ อยู่เป็นสุข
อนุสาขาโรคโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

ภาวะโลหิตจาง หมายถึง ภาวะที่มีระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่าค่าปกติตามช่วงอายุนั้น ๆ โดยภาวะโลหิตจางเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะโลหิตจางจากการขาดสารอาหาร โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น พบว่าสาเหตุหลักของภาวะโลหิตจางในช่วงวัยเด็กคือ ภาวะโลหิตจางจากการขาดสารอาหาร

การขาดธาตุเหล็กเป็นภาวะขาดสารอาหารที่พบได้บ่อยที่สุด โดยประชากรทั่วโลกประมาณ 2 พันล้านคนมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อุบัติการณ์ในการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี รองลงมาคือ กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์


อาการแสดงของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมีอาการแสดงได้ในหลายระบบ เช่น อ่อนเพลีย ซึม เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร การเจริญเติบโตผิดปกติ มีพฤติกรรมการรับประทานสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร (pica) ความรู้ความเข้าใจรวมถึงสมาธิลดลง ลิ้นอักเสบแบบ atrophic glossitis เล็บรูปช้อน (koilonychias) และภูมิคุ้มกันต่ำลง เป็นต้น


สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

  1. ได้รับสารอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ โดยอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ ตับ เนื้อแดง ผักใบเขียว ไข่แดง เลือด เป็นต้น
  2. การดูดซึมธาตุเหล็กบกพร่องหรือผิดปกติ ธาตุเหล็กจะสามารถดูดซึมได้ดีในภาวะที่เป็นกรด ดังนั้นได้รับยาลดกรด การได้รับสารบางชนิดที่ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก หรือบางภาวะที่ enterocytes มีการดูดซึมธาตุเหล็กผิดปกติหรือสูญเสียไปก็จะส่งผลให้มีการดูดซึมธาตุเหล็กลดลงได้
  3. มีการเสียเลือดจากตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มีเลือดออกในทางเดินอาหาร การมีประจำเดือน เป็นต้น
  4. มีความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น โดยช่วงวัยที่พบว่า มีความต้องการธาตุเหล็กสูงคือ เด็กช่วงทารก เด็กคลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักตัวน้อย วัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์ และเด็กกลุ่มที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว
  5. มีความผิดปกติที่เกิดจากการขนส่งธาตุเหล็กไปสู่เม็ดเลือดแดงหรือความผิดปกติที่เม็ดเลือดแดงเอง


การวินิจฉัย

การวินิจฉัยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจำเป็นต้องอาศัยทั้งจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังนี้

  1. Complete blood count (CBC) ค่าฮีโมโกลบินต่ำกว่าค่าปกติตามช่วงอายุ ค่า mean corpuscular volume (MCV), mean corpuscular hemoglobin (MCH), mean corpuscular hemoglobin concentration (MCHC) ต่ำกว่าค่าปกติตามช่วงอายุ ค่า red cell distribution width (RDW) มีค่าสูงขึ้นกว่าปกติ และ Platelet count มีค่าปกติหรือสูงมากกว่าปกติ
  2. Peripheral blood smear (PBS)
  3. Reticulocyte count มีค่าต่ำกว่าปกติ
  4. Serum ferritin มีค่าน้อยกว่า 12 – 16 นาโนกรัม/มล. อย่างไรก็ตามการแปลผลการตรวจ serum ferritin อาจคาดเคลื่อนได้หากผู้ป่วยมีภาวะการอักเสบในร่างกายการติดเชื้อ หรือมะเร็งบางชนิดร่วมด้วย ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้ serum ferritin มีค่าสูงขึ้นได้
  5. Serum iron and iron-binding capacity จะพบค่า serum iron ลดลง iron-binding capacity เพิ่มขึ้น และ iron saturation ต่ำลง

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการวินิจฉัยโดย Therapeutic trial ซึ่งเป็นการให้ธาตุเหล็กทดแทนแล้วมีการติดตามเจาะเลือดซ้ำ หากพบว่าผู้ป่วยหายจากภาวะโลหิตจางและอาการต่าง ๆ ดีขึ้นก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก


ระยะของการขาดธาตุเหล็ก

การขาดธาตุเหล็ก (stage of iron depletion) แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะตามการลดลงของธาตุเหล็กในร่างกาย ดังนี้
  1. Iron depletion ระยะนี้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีค่า serum ferritin ลดต่ำลง
  2. Iron deficient erythropoiesis ระยะนี้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีค่า serum iron ลดลง total iron-binding capacity (TIBC) เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ค่า transferrin saturation ลดลง
  3. Iron deficiency anemiaมีภาวะโลหิตจางโดยค่าฮีโมโกลบินต่ำกว่าค่าปกติตามช่วงอายุ เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก


การรักษา

การให้ธาตุเหล็กในรูปแบบรับประทานขนาด 4 – 6 มก./กก./วัน ของ elemental iron ระยะเวลา 10 – 12 สัปดาห์ เพื่อทดแทนเหล็กสะสมในเนื้อเยื่อ โดยผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการให้ธาตุเหล็กรูปแบบรับประทาน คือ ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระสีดำ และฟันดำ นอกจากการรักษาดังกล่าวแล้วควรหาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็กและรักษาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย

การให้ธาตุเหล็กรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการให้ธาตุเหล็กแบบรับประทานหรือไม่สามารถรับประทานธาตุเหล็กได้


การตอบสนองต่อการให้ธาตุเหล็กทดแทน

  1. ภายใน 24 ชม. ผู้ป่วยจะมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  2. ภายใน 36 – 48 ชม. ในไขกระดูกจะตรวจพบ erythroid hyperplasia
  3. ภายใน 48 – 72 ชม.จะเริ่มมีค่า reticulocyte count เพิ่มขึ้น
  4. 4 – 30 วัน ระดับฮีโมโกลบินจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
  5. 1 – 3 เดือน จะมีการเก็บสะสมธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ระดับ serum ferritin เพิ่มมากขึ้น

 

เอกสารอ้างอิง
  1. อรุณี เจตศรีสุภาพ. Iron Deficiency Anemia in children. ใน: วิชัย ประยูรวิวัฒน์, ปัญญา เสกสรร, บรรณาธิการ. เวชปฏิบัติทางโลหิตวิทยา. กรุงเทพฯ: นำอักษรการพิมพ์; 2552: หน้า 173 – 81.
  2. McLean E, Cogswell M, Egli I, Wojdyla D, de Benoist B. Worldwide prevalence of anaemia, WHO Vitamin and Mineral Nutrition Information System, 1993-2005. Public Health Nutr. 2009; 12(4): 444 – 54.
  3. Stevens GA, Finucane MM, De-Regil LM, Paciorek CJ, Flaxman SR, Branca F, et al; Nutrition Impact Model Study Group (Anaemia) Global, regional, and national trends in haemoglobin concentration and prevalence of total and severe anaemia in children and pregnant and non-pregnant women for 1995-2001: a systematic analysis of population-representative data. Lancet Glob Health. 2013; 1(1): e16 – 25.
  4. Mark DF. Disorder of Iron and Copper Metabolism, the Sideroblastic Anemias, and Lead Toxicity. In: Nathan DG, Oski FA, editors. Hematology of Infancy and Childhood. 8th ed. Philadelphia: WB Saunders, 2015: 344 – 365
  5. Camaschella C. Iron-deficiency anemia. N Engl J Med. 2015; 372(19): 1832 – 43.
  6. Committee on Nutrition. Iron Supplementation for infants. Pediatrics. 1976; 58(5): 765 – 8.
  7. Baker RD, Greer FR, Committee on Nutrition American Academy of P. Diagnosis and prevention of iron deficiency and iron-deficiency anemia in infants and young children (0-3 years of age). Pediatrics. 2010; 126(5): 1040 – 50.
  8. Cook JD. Diagnosis and management of iron-deficiency anaemia. Best Pract Res Clin Haematol. 2005; 18(2): 319 – 32.
  9. Lanzkowsky P. Iron-Deficiency Anemia. In: Lanzkowsky P, Lipton JM, Fish JD, editors. Lanzkowsky’s Manual of Pediatrics Hematology and Oncology. 6th ed. CA: Elsevier’s Science and Technology; 2016. p.69 – 83.
  10. Oski FA. Iron deficiency in infancy and childhood. N Engl J Med. 1993; 329(3): 190 – 3.
  11. Powers JM, Buchanan GR. Diagnosis and management of iron deficiency anemia. Hematol Oncol Clin North Am. 2014; 28(4): 729 – 45, vi-vii.
  12. Clark SF. Iron deficiency anemia. Nutr Clin Pract. 2008; 23(2): 128 – 41.

 

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก