CIMjournal

เรื่องที่แพทย์สาขาภูมิแพ้และอิมมูโนฯ …ควรติดตาม เดือน พ.ค. – ส.ค. 2567

.
พญ.อรพรรณ โพชนุกูล

ศ. ดร. พญ. อรพรรณ โพชนุกูล
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

ภาวะแพ้อาหารและการป้องกัน

สภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้คนเป็นโรคภูมิแพ้ รวมถึงโรคแพ้อาหารมากขึ้น โดยแพ้อาหารในเด็กพบได้ร้อยละ 3 – 10 ในขณะที่ผู้ใหญ่พบมากขึ้นถึงร้อยละ 10 อาการของแพ้อาหารมีตั้งแต่อาการทางผิวหนัง บางคนอาจจะเป็นลมพิษ คือผื่นนูนแดงคัน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร หรือมีลมพิษร่วมกับอาการระบบอื่น เช่น มีอาการเหนื่อยแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ความดันต่ำ คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นเร็ว เฉียบพลันและหลายระบบของร่างกาย เรียกว่า anaphylaxis นอกจากนี้อาจเป็นผื่นแบบ atopic dermatitis หรือ eczema ซึ่งอาการพวกนี้อาจจะเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารไปหลายสัปดาห์แล้วก็ได้ หรือบางคนอาจมาด้วยอาการทางเดินอาหาร โดยเราสามารถแบ่งกลุ่มอาการได้ดังนี้
  1. IgE-mediated food allergy อาการมักเกิดขึ้นเร็วภายใน 2 ชม. หลังได้รับอาหาร และเกิดขึ้นซ้ำหลังได้รับอาหารเดิม อาการได้แก่ urticaria หรือ anaphylaxis
  2. Non IgE-mediated food allergy อาการได้แก่ ถ่ายเหลวเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด
  3. Mix IgE and non IgE-mediated food allergy เช่น ผื่นแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis)

การวินิจฉัยแพ้อาหาร อาศัยประวัติเป็นสำคัญ หากสงสัย IgE-mediated food allergy ให้ทำการทดสอบภูมิแพ้ด้วยวิธี skin

prick test และ/หรือเจาะเลือดดู specific IgE ไม่แนะนำให้เจาะ IgG กรณีที่ประวัติไม่ชัดและอาการของไม่รุนแรง แนะนำให้ทำ oral food challenge

การรักษา ภาวะแพ้อาหารส่วนใหญ่จะหายเองได้เมื่องดอาหารไปสักระยะหนึ่ง เช่น กรณีแพ้นมวัวหรือไข่หายได้ร้อยละ 50 – 90 เมื่ออายุ 5 – 6 ปี ในขณะที่แพ้ถั่วจะหายได้เองแค่ร้อยละ 20 ส่วนแพ้ปลาหายได้ร้อยละ 45 เมื่อเป็นผู้ใหญ่

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดแพ้อาหาร ได้แก่
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะในพ่อ/แม่/พี่น้อง ยิ่งถ้ามีจำนวนคนในครอบครัวเป็นมาก ก็จะยิ่งเสี่ยงสูง
  • การผ่าท้องคลอด มีการศึกษาว่าทารกที่คลอดทางช่องคลอดโดยวิธีธรรมชาติจะได้รับจุลินทรีย์สุขภาพมากกว่า เกิดแพ้อาหารน้อยกว่า
  • การใช้ยาปฎิชีวนะตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ส่งผลทำให้เพิ่มความเสี่ยงได้ เพราะทำให้เสียสมดุลของจุลินทรีย์สุขภาพ ซึ่งเป็นตัวสำคัญต่อภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้
  • การสัมผัสสิ่งกระตุ้นทางผิวหนัง (Epicutaneous sensitization) ในคนไข้ที่มี impair epithelial barrier เช่น คนที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนัง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแพ้อาหารมากกว่า เพราะร่างกายได้รับการกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้อาหาร จากผิวหนังได้ โดยพบว่าหนึ่งในสาม ของคนที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนังจะแพ้อาหารได้ โดยเฉพาะในคนที่เป็นผื่นแพ้ตั้งแต่อายุน้อยและอาการรุนแรง
  • การสัมผัสมลพิษทางอากาศ

กล่าวโดยสรุปคือ การใช้ชีวิตตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนทารกคลอดออกมา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคแพ้อาหารได้ ดังนั้นจึงมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับอาหารในแม่ที่มีผลต่อการป้องกันภูมิแพ้ในลูก ได้แก่ การให้วิตามินดี การให้พรีไอโอติกหรือโพรไบโอติก การให้ทานนมแม่  แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลสรุปชัดเจนถึงการป้องกันแพ้อาหารในเด็ก ยกตัวอย่างเช่น วิตามินดี มีผลทำให้เกิด immune intolerance ทำให้ลด Th2 cell ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบภูมิแพ้ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลในแง่การป้องกันภูมิแพ้ยังไม่ได้ผลชัดเจน ดังนั้นทางองค์การอนามัยโลกและแนวทางป้องกันแพ้อาหารของประเทศต่างๆ จึงไม่ได้สนับสนุนให้เสริมวิตามินดีในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรเพื่อป้องกันภูมิแพ้ในลูก สำหรับ พรีและโพรไบโอติก ก็มีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันภูมิแพ้มากมาย โดยเฉพาะการป้องกันผื่นแพ้ผิวหนัง การศึกษาที่เป็น meta-analysis และ systematic review พบว่าการให้โพรไบโอติกในหญิงตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตร จะลดความเสี่ยงที่ลูกเกิดเป็นผื่นแพ้ผิวหนัง (eczema) ที่อายุ 4 ปี และการเกิดภูมิแพ้ไม่ลดลงเมื่ออายุ 5 – 14 ปี โดยเฉพาะเมื่อให้ช่วง third trimester แต่อย่างไรก็ตามสำหรับโรคภูมิแพ้อื่น ๆ รวมถึงแพ้อาหาร ไม่มีข้อมูลสนับสนุนชัดเจน นอกจากนี้การให้โพรไบโอติกยังขึ้นอยู่กับสายพันธ์และจำนวนที่ให้ ดังนั้น แนวทางการป้องกันแพ้อาหารทั่วโลก จึงไม่ได้แนะนำว่าให้โพรไบโอติก/พรีไบโอติกในแม่ เพื่อผลการป้องกันแพ้อาหารในลูก นอกจากการให้ fish oil ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภูมิแพ้ ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์ในแง่ลดการอักเสบ และทำให้เกิดสมดุลระหว่าง Th-2-Th1 ถึงแม้ว่าจะมีบางศึกษาว่าการให้ fish oil จะช่วยลดภูมิแพ้ในลูก แต่เมื่อดูข้อมูลภาพรวมพบว่ายังไม่สามรถสรุปได้ชัดเจน และจาก systematic review ของ European Academy of Allergy and Clinical Immunology (EAACI) สรุปไว้ว่า ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการให้ omega-3 ในหญิงตั้งครรภ์กับการป้องกันผื่นแพ้ผิวหนังและแพ้อาหารในลูก

คำแนะนำในปัจจุบันสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ในการป้องกันแพ้อาหารในลูก ได้แก่
  1. ไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรงดอาหาร หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการแพ้ เพราะข้อมูลในการศึกษาพบว่าปริมาณอาหารที่แม้ทานผ่านไปน้ำนมได้น้อย ไม่มีผลต่อการแพ้อาหารในลูก และการที่แม่งดอาหารช่วงตั้งครรภ์ก็ไม่ได้ลดการแพ้อาหารในลูก ดังนั้นแนวทางการป้องกันภูมิแพ้ทั่วโลก ไม่แนะนำให้แม่งดอาหาร เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารอีกด้วย
  2. การให้อาหารเสริมกลุ่ม วิตามินดี fish oil หรือโพรไบโอติกในแม่ ยังไม่มีข้อมูลสรุปชัดเจนว่าสามารถป้องกันแพ้อาหารในลูก
  3. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 4 เดือน ถึงแม้ว่าข้อมูลในการศึกษายังไม่สรุปชัดเจนว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถป้องกันภูมิแพ้ได้ แต่ก็มีประโยชน์กับสุขภาพโดยรวม สำหรับเรื่องแพ้อาหารนั้น มีข้อมูลล่าสุดว่า regular exposure to cow milk ด้วยการให้นมวัววันละ 10 มิลิลิตร จะช่วยป้องกันแพ้นมวันได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าการให้กระตุ้นให้เกิด tolerance
  4. แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ทานอาหารครบ 5 หมู่ทานผักและผลไม้ นม โยเกิร์ต ไม่ทาน process food
.
เอกสารอ้างอิง
  1. Prevention of food allergy in infancy: the role of maternal interventions and exposures during pregnancy and lactation. Lancet Child Adolesc Health 2023; 7: 358–66.
  2. Redefining the Role of Nutrition in Infant Food Allergy Prevention: A Narrative Review. Nutrients 2024, 16, 838. https://doi.org/10.3390/nu16060838
  3. EAACI guidelines on the diagnosis of IgE-mediated food allergy. Allergy. 2023;78:3057–3076.


งานประชุมสาขาภูมิแพ้และอิมมูโนฯ ที่น่าสนใจ ปี 2567

.

EAACI-2024EAACI Congress 2024  |  31 May – 3 June 2024 – Valencia, Spain

 

ERS 2024ERS International Congress 2024  |  7 – 11 September 2024 – Vienna, Austria

 

APAAACI2024

APAAACI Congress 2024  |  12 – 15 December 2024 – Kuala Lumpur, Malaysia.

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก