CIMjournal

FM Nephro: แนวทางในการคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

 

พญ. ศศิธร คุณูปการพญ. ศศิธร คุณูปการ
อายุรแพทย์โรคไต
โรงพยาบาลสินแพทย์

 

บทนำ

โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะทุพพลภาพ รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักของโรคนี้ ได้แก่ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งทำให้เกิดการเสื่อมของไตอย่างค่อยเป็นค่อยไป การตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยลดอัตราการเข้าสู่ระยะที่ต้องบำบัดทดแทนไต การดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบจะช่วยให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย


วัตถุประสงค์ของการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้
  1. คัดกรองและวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทางได้อย่างเหมาะสม
  2. ชะลอการเสื่อมของไต โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงและรักษาสาเหตุของโรค
  3. ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะโลหิตจาง ความผิดปกติของเกลือแร่ และโรคกระดูกจากไต
  4. ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  5. เตรียมความพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อจำเป็น


กลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรได้รับการคัดกรอง

การคัดกรองโรคไตเรื้อรังควรมุ่งเน้นไปที่กลุ่มประชากรที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ได้แก่:
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตนเอง ซึ่งมีผลต่อไต เช่น โรคเอสแอลอี
  • ผู้ที่มีนิ่วในไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีมวลเนื้อไตลดลงหรือมีไตข้างเดียว
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคถุงน้ำในไต
  • ผู้ที่เคยมีภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือสารที่เป็นพิษต่อไตเป็นประจำ
  • ผู้ที่เคยมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนซ้ำหลายครั้ง
  • ผู้ป่วยโรคเก๊าท์หรือมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีประวัติโรคไตเรื้อรังในครอบครัว
  • ผู้ที่ใช้ยาสมุนไพรติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อเรื้อรังในระบบต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อไต


แนวทางการคัดกรอง

การตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังในกลุ่มเสี่ยงสูงควรดำเนินการเป็นประจำ โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้
  1. การตรวจค่าการทำงานของไต วัดระดับครีแอตินีนในเลือด และคำนวณอัตราการกรองของไต (eGFR) อย่างน้อยปีละครั้ง
  2. การตรวจโปรตีนในปัสสาวะ ใช้แถบสีจุ่ม (dipstick) เพื่อตรวจหาโปรตีนรั่วทางไต และยืนยันผลด้วยการตรวจหาอัลบูมินต่อครีแอตินีนในปัสสาวะ(albumin-to-creatinine ratio, ACR) จากการเก็บปัสสาวะตอนเช้า (spot morning urine) ถ้ามีค่า 30-300 มก./กรัม แสดงว่ามีภาวะ microalbuminuria (ปัจจุบันใช้คำว่า moderately increased albuminuria)
  3. การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ หากพบผลบวก ควรตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์หากพบเม็ดเลือดแดงมากกว่า 5 เซลล์/กำลังขยายสูง (high power field) ในปัสสาวะที่ได้รับการปั่นและไม่มีสาเหตุที่สามารถทำให้เกิดผลบวกปลอม ถือได้ว่ามีความผิดปรกติ เพื่อหาสาเหตุ
  4. การตรวจซ้ำในกรณีที่พบความผิดปกติ ควรตรวจซ้ำภายใน 3 เดือนเพื่อยืนยันผล
  5. การตรวจอื่น ๆ เช่น การตรวจทางรังสี (plain KUB) และ/หรือการตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasonography of KUB) ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ในผู้ป่วยแต่ละราย


แนวทางการติดตามการทำงานของไต

ความถี่ของการติดตามระดับการทำงานของไตขึ้นอยู่กับระยะของโรคไตเรื้อรัง (CKD stage) และระดับของโปรตีนรั่วทางไต (Albumin-to-Creatinine Ratio, ACR) โดยมีแนวทางดังนี้
  • โรคไตเรื้อรังระยะที่ 1-2 (eGFR ≥ 60 ml/min/1.73m²)
    • ตรวจ eGFR และ ACR อย่างน้อยทุก 12 เดือน
    • หาก ACR > 300 mg/g หรือสัดส่วนของโปรตีน ต่อครีแอตินีนในปัสสาวะ (protein-to-creatinine ratio, PCR) มากกว่า 500 มก./กรัม ควรตรวจติดตามทุก 6 เดือน
  • โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3a (eGFR 45-59 ml/min/1.73m²)
    • ตรวจ eGFR และ ACR อย่างน้อยทุก 6 เดือน
    • หาก ACR > 300 mg/g หรือ PCR มากกว่า 500 มก./กรัม ควรตรวจติดตามทุก 4 เดือน
  • โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3b (eGFR 30-44 ml/min/1.73m²)
    • ตรวจ eGFR และ ACR อย่างน้อยทุก 6 เดือน
    • หาก ACR > 30 mg/g หรือ PCR > 150 mg/g ควรตรวจติดตามทุก 4 เดือน
  • โรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (eGFR 15-29 ml/min/1.73m²)
    • ตรวจ eGFR และ ACR อย่างน้อยทุก 4 เดือน
    • หาก ACR > 300 mg/g หรือ PCR > 500 mg/g ควรตรวจติดตามทุก 3 เดือน
  • โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (eGFR < 15 ml/min/1.73m², ยังไม่เริ่มบำบัดทดแทนไต)
    • ตรวจ eGFR และ ACR อย่างน้อยทุก 1 – 3 เดือน

นอกจากนี้ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3a-5 ที่ได้รับยากลุ่ม ACE inhibitors (ACEi) หรือ angiotensin II receptor blockers (ARB) ควรตรวจติดตามระดับ ครีแอตินีนในเลือด (Serum Creatinine) และโพแทสเซียม (Serum Potassium) ภายใน 2-4 สัปดาห์ หลังเริ่มใช้ยา และตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอหากมีการปรับขนาดยา


ข้อบ่งชี้ในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังอายุรแพทย์โรคไต

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรได้รับการส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางเมื่อพบภาวะดังต่อไปนี้
  • อัตราการกรองของไต (eGFR) ต่ำกว่า 30 ml/min/1.73m²
  • อัตราการเสื่อมของไตลดลงอย่างรวดเร็ว มากกว่า 5 ml/min/1.73m² ต่อปี
  • โปรตีนรั่วทางไตในระดับสูง (ACR ≥ 300 mg/g หรือ PCR ≥ 500 mg/g) หลังได้รับการควบคุมความดันโลหิตได้ตามเป้าหมายแล้ว
  • ผู้ป่วยที่ตรวจพบ red blood cell cast และ/หรือ มีเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะมากกว่า 20 เซลล์/กำลังขยายสูง และหาสาเหตุไม่ได้
  • ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ แม้ใช้ยาลดความดันโลหิตอย่างน้อย 4 ชนิด
  • มีภาวะไตวายเฉียบพลันที่รักษาไม่ดีขึ้น
  • มีภาวะโพแทสเซียมสูงเรื้อรัง
  • ตรวจพบความผิดปกติที่บ่งชี้ถึงภาวะหลอดเลือดที่ไตตีบ


สรุป

การคัดกรองและติดตามโรคไตเรื้อรังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและชะลอการเสื่อมของไต การดำเนินการตามแนวทางนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ควบคุมปัจจัยเสี่ยง ลดอัตราการเกิดโรคไตวายระยะสุดท้าย และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ข้อแนะนำสำคัญ
  1. คัดกรองโรคไตเรื้อรังในกลุ่มเสี่ยงสูง
  2. ติดตามระดับการทำงานของไตเป็นระยะ
  3. ส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทางเมื่อพบภาวะไตเสื่อมรุนแรง

 

ที่มา : ข้อแนะนำเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก