พบผู้ป่วยรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่เดือนกันยายนต่อเนื่องถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม ขณะนี้ยังอยู่ในฤดูกาลระบาด จึงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ปีก่อน–ปีนี้ สถานการณ์เป็นอย่างไร?
ปี 2568 มีรายงานผู้ป่วยตลอดทั้งปี 49,420 ราย ประมาณร้อยละ 81 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยพบผู้ป่วยสูงในช่วงกันยายน–ตุลาคม
สำหรับปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–16 ตุลาคม พบว่า
- ผู้ป่วยสะสม 24,819 ราย
- รักษาตัวในโรงพยาบาล 8,943 ราย หรือร้อยละ 36.03 ของผู้ป่วยที่รายงาน
- มีรายงานเสียชีวิต 4 ราย ทุกรายอายุต่ำกว่า 4 ปี และมีภาวะสุขภาพหรือโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
แม้จำนวนผู้ป่วยรายสัปดาห์ปีนี้ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงไม่ควรชะล่าใจ ขอให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังอาการและดูแลทารกและเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด
ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี มีอัตราป่วยสูงที่สุด
ข้อมูลปีนี้พบอัตราป่วยในทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี สูงถึง 977.2 ต่อประชากรแสนคนในกลุ่มอายุเดียวกัน รองลงมาคือเด็กอายุ 1–4 ปี จึงขอให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลใส่ใจอาการของเด็กเล็กเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีโรคประจำตัว และไม่มองข้ามความเสี่ยงในผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง
ช่วยกันลดการนำเชื้อเข้าบ้านและสถานดูแล
ล้างมือก่อนสัมผัสเด็ก ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน หากมีอาการไอ น้ำมูก หรือไข้ ควรหลีกเลี่ยงการหอมแก้มและใกล้ชิดเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนหรือหยุดไปศูนย์เด็กเล็กจนกว่าอาการจะดีขึ้น
หากมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย กินนมหรือดื่มน้ำได้น้อย ซึมลง หรืออาการแย่ลง ควรรีบพบแพทย์
ศูนย์เด็กเล็กและสถานดูแลผู้เปราะบางควรคัดกรองอาการ แยกผู้ป่วยจากผู้อื่น และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมื่อพบผู้ป่วยหลายรายเชื่อมโยงกัน ส่วนหน่วยบริการควรเตรียมพร้อมดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ช่วงที่ RSV กำลังเพิ่มขึ้น การลดโอกาสรับเชื้อและสังเกตอาการผิดปกติได้เร็ว เป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวช่วยกันได้
ขอขอบคุณ เพจ : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค


