Author : editor1
802 Posts -
0 Comments
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการวินิจฉัย และการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation พ.ศ.2568...
การประชุมวิชาการกลางปี 2569 ครั้งที่ 23 สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
Onsite , 21 สิงหาคม 2569 สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการกลางปี 2569 ครั้งที่ 23 ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องอโนมา 2-3 ชั้น 3 โรงแรมอโนมา ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ ผู้สนใจลงทะเบียนสามารถ Scan QR Code ในโปสเตอร์งานประชุม หรือ https://forms.gle/ZAXyH2Jo6EMXzEuQ9 ภายวันที่ 16 สิงหาคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย โทร.0 2716 6448 หรือ www.thaihypertension.org...
กรมการแพทย์แผนไทยฯ แจงกฎกระทรวงใหม่ ‘กัญชา’ ใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย และแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ.2569 โดยกำหนดให้สถานประกอบการที่ขออนุญาตได้ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย คุมเข้มการใช้ช่อดอกกัญชาผ่านระบบใบสั่งจ่ายและมาตรการควบคุมเฉพาะ เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน 16 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชี้แจงว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่มีเป้าหมายให้การจัดการกัญชาทางการแพทย์อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีมาตรฐาน โดยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน ยังสามารถใช้ช่อดอกกัญชารักษาผู้ป่วยได้ แต่ต้องจ่ายผ่านใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท.33) ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง และเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ 1 ปี นอกจากนี้ สถานประกอบการต้องมีบุคลากรผ่านการอบรมด้านกัญชาทางการแพทย์ประจำตลอดเวลาทำการ รวมถึงต้องจัดเก็บช่อดอกเป็นสัดส่วน ไม่ให้สัมผัสพื้น และติดตั้งระบบกำจัดกลิ่นหรือควันที่มีประสิทธิภาพ หากผู้รับอนุญาตเคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต อาจไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตอีก ด้าน นพ.พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ระบุว่า กรมฯ มีหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะ ‘ช่อดอกกัญชา’ ในฐานะสมุนไพรควบคุม ผู้ที่ต้องการศึกษาวิจัย ส่งออก......
ยกระดับป้องกัน ‘อีโบลา’ กักกัน-แยกกักผู้เดินทางจาก ‘ดีอาร์คองโก-ยูกันดา’
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเพิ่มมาตรการควบคุมและป้องกัน หลัง WHO ประกาศให้การระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ...
สธ. ชี้ ‘ใบส่งตัวออนไลน์’ ใช้แทนแบบกระดาษได้ ไม่จำเป็นต้องมี ‘หมอพร้อม’
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า ‘ใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์’ ใช้แทนใบส่งตัวกระดาษได้ตามระเบียบอย่างถูกต้องโดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชันหมอพร้อมหรือบัญชีไลน์ สามารถใช้ระบบส่งต่อผู้ป่วยได้ตามปกติ ภายใต้นโยบายสาธารณสุขดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา ลดความแออัด และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วยทั่วประเทศ หากมีแอปฯ หมอพร้อมจะสามารถเก็บและต่ออายุใบส่งตัวได้สะดวกขึ้น 10 พฤษภาคม 2569 ดร. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด สธ. และโฆษก สธ. กล่าวถึงกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับข้อจำกัดของใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ว่า โดยเน้นย้ำว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน Health ID หรือใช้แอปฯ หมอพร้อมจึงจะได้รับการส่งต่อ แต่หากมีแอปฯ จะสามารถเข้าถึงใบส่งตัวในรูปแบบดิจิทัลได้สะดวกขึ้น ขณะที่ระบบ MOPH Refer ใช้มาตรฐานลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัยระดับเดียวกับธุรกรรมธนาคาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบส่งต่อเดิมและระบบ HIS ของโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ทันที นอกจากนี้ สธ. ยังขยายความร่วมมือด้านระบบส่งต่อกับโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ รองรับการส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัดในอนาคต ผู้ป่วยที่มีใบส่งตัวอยู่แล้วสามารถต่ออายุผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตนเอง......
คกก.โรคติดต่อฯ กำหนด ‘โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติเห็นชอบกำหนด ‘โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 หลังประเมินว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง อาจแพร่ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ และบางสายพันธุ์ติดต่อจากคนสู่คนได้ พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเข้มงวด ทั้งการรายงานผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง การสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมง และกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนาน 42 วัน 15 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมายให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศ สธ. เพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายในการแยกกัก กักกัน และสอบสวนโรคได้ทันที ทั้งนี้ โรคดังกล่าวมีอาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย รวมถึงอาการทางระบบทางเดินอาหาร......
รัฐผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะวัยทำงาน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
รัฐบาลร่วมกับ 6 หน่วยงานหลัก ‘สาธารณสุข – มหาดไทย – แรงงาน – อุตสาหกรรม – การอุดมศึกษาฯ – สสส.’ เดินหน้ายกระดับสุขภาวะประชากรวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน ผ่านความร่วมมือด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน ภายใต้แนวคิด ‘Be Healthy More Productivity (สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม)’สร้างแรงงานที่มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการเจ็บป่วย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 30 เมษายน พ.ศ.2569 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดมหกรรมรณรงค์ สร้างกระแส ‘สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม’ พร้อมพิธีลงนาม MOU ระหว่าง 6 หน่วยงานภาคีเครือข่าย นายแพทย์สมฤกษ์กล่าวว่า ประชากรวัยทำงานอายุ......
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา ‘ไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย แม้เสี่ยงต่ำ
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นชอบให้ศึกษาความเหมาะสมในการกำหนด ‘โรคไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย หลังพบว่าเป็นโรคจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงและอัตราป่วยตายสูง พร้อมเดินหน้าเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และพัฒนาระบบวัคซีนสำคัญช่วงปี 2569-2571 และขยายด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอีก 3 แห่ง ยกระดับความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ แม้ปัจจุบันไทยยังไม่พบการระบาดและประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุมเห็นชอบ 4 ประเด็น คือ แนวทางรองรับสถานการณ์ไวรัสฮันตา, การแต่งตั้งคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 8 คน, นโยบายการขับเคลื่อนวัคซีนลำดับความสำคัญสูงสุด (First Priority) ปี 2569-2571 และการจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม......
รมว. สธ. มอบนโยบาย สธ. 7 เสาหลัก ‘MOPH PLUS+’ เพื่อสุขภาพคนไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) แถลงนโยบาย ‘MOPH PLUS+ หัวใจขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทย’ พัฒนาระบบสุขภาพไทยในช่วงปี 2569-2573 ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา’ กำหนด 7 นโยบายหลัก ครอบคลุมระบบปฐมภูมิ การแพทย์อัจฉริยะ เศรษฐกิจสุขภาพ การบริหารโปร่งใส โรงพยาบาลสีเขียว การดูแลบุคลากรสาธารณสุข และการยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล เพิ่มการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและผลักดันระบบสุขภาพไทยสู่เวทีโลก 30 เมษายน พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สธ. มอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูงของ สธ. ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ประกอบด้วย (1) การส่งเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พัฒนาระบบปฐมภูมิอัจฉริยะ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพไร้รอยต่อ และขยายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (2) นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ อาทิ Genomic AI หุ่นยนต์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (3) การสนับสนุนอุตสาหกรรมสุขภาพ......
สธ. ผลักดัน ‘ตรวจเจอ รักษาเลย’ กำจัดไวรัสตับอักเสบบีและซี ภายในปี 2573
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไทยร่วมกับเครือข่ายนานาชาติ จัดการประชุมสุดยอดไวรัสตับอักเสบโลก ปี 2569 (World Hepatitis Summit 2026) ภายใต้แนวคิด ‘Elimination for everyone, everywhere, right now!’ ผลักดันความร่วมมือระดับโลกในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ภายในปี 2573 โดยประเทศไทยประกาศนโยบาย ‘ตรวจเจอ รักษาเลย’ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาได้รวดเร็ว 28 เมษายน พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม World Hepatitis Summit 2026โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญจาก 83 ประเทศเข้าร่วม นายพัฒนาระบุว่า โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุของมะเร็งตับและท่อน้ำดีในไทย 70% โดยยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีกว่า 1 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีกว่า 2......

