CIMjournal

Disease X: How to approach and prevention ?


นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์รศ. นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

 

สรุปการประชุมใหญ่ประจำปี 2567 ครั้งที่ 28 สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย วันที่ 3 พฤษภาคม 2568

 

Disease X เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี ค.ศ. 2018 เพื่อเป็นการเรียกเชื้อที่ยังไม่ทราบในการก่อโรคระบาดทั้งเป็นแบบ epidemic หรือ pandemic โดย WHO ได้ใส่รวมเข้าไปในตารางโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่มีโอกาสระบาดไปทั่วโลก โดยที่ยังไม่มีแนวทางในการวินิจฉัยโรค การดูแลรักษาหรือมีวัคซีนป้องกันโรคนั้น ๆ โดยเป็นการเตือนย้ำว่า Disease X อาจเป็นโรคติดเชื้อระบาดไปกว้างขวางทั่วโลกจากเชื้อโรคที่ยังไม่ทราบ (Unknown pathogen) ที่อาจกำลังมาเมื่อไรก็ได้ และเป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่เพียงหนึ่งปีให้หลังที่บัญญัติโรค Disease X ก็เกิดการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสชนิดใหม่ชื่อ SARS-CoV-2 ซึ่งพบว่า มีแหล่งรังโรค (reservoir) อยู่ในค้าวคาวตามธรรมชาติ และพบว่าลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัสมาจากไวรัสโคโรน่าและมีความคล้ายคลึงกับโรค SARS ที่ระบาดในปี ค.ศ. 2003 โดยก่อให้เกิดโรค COVID-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 จนกระทั่งปัจจุบันนี้สถานการณ์ของโรคเบาบางลงแต่ยังไม่หายไปและน่าจะไม่มีวันหายไปไหนอีกแล้ว โดยมีแนวโน้มกลายเป็นโรคประจำถิ่นไปทั่วโลก (Endemic disease)

หากจะกล่าวถึงสาเหตุของเชื้อก่อโรค Disease X ในอนาคตอันใกล้เพื่อนำมาพิจารณาแนวทางการวินิจฉัยโรค การดูแลรักษาและพัฒนาวัคซีน มีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดจากเชื้อไวรัส (ความจริงเชื้อไวรัสแบคทีเรียและเชื้อรามีความสามารถในการก่อโรคอุบัติใหม่ได้ทั้งสิ้น) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง RNA virus เพราะเป็นเชื้อไวรัสที่มีอัตราการกลายพันธุ์สูงมาก เมื่อกลายพันธุ์จะเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อ host ชนิดใหม่ ๆ หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่น กลุ่ม Influenza virus, กลุ่ม Coronaviruses, etc ดังนั้น ในทางไวรัสวิทยา เชื้อไวรัสที่มีความสามารถในการก่อ Disease X หรือโรคอุบัติใหม่ในมนุษย์ได้นั้น พอจะแบ่งต้นตอที่มาของเชื้อไวรัสเหล่านี้ได้เป็น 3 จำพวก

  1. Zoonotic Viruses (ไวรัสจากสัตว์สู่คน) กล่าวได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สุด เพราะมีเชื้อไวรัสในปัจจุบันนี้เพียง 263 ชนิด ที่พิสูจน์ว่าก่อให้เกิดการติดเชื้อในมนุษยแล้วในขณะที่มีการคาดการณ์ว่าอาจมีเชื้อไวรัสถึง 631,000 ชนิดที่อยู่ในสัตวเลี้ยงลูกด้วยนมต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกระโดดข้ามมาสู่คนได้และอาจจะมีโอกาสเกิดการติดเชื้อหรือก่อโรคในคนได้เช่นเดียวกันเป็นที่ทราบกันดีว่าสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค (reservoir) และสามารถแพร่เชื้อไวรัสมาสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ รวมทั้งคนคือ ค้างคาว ซึ่งตัวไวรัสในค้างคาวมักไม่ก่อโรคใด ๆ จากเชื้อไวรัสในตัวค้างคาวเหล่านั้น
    Zoonotic Viruses ก่อให้เกิดเป็นโรคอุบัติใหม่ระบาดกว้างขวางได้ 2 ทางคือ
         ก. เชื้อไวรัสข้ามจากสัตว์มาสู่คน
         ข. เชื้อไวรัสมีการแพร่กระจายจากคนสู่คน
    จากการติดตามข้อมูลทางโรคระบาดอุบัติใหม่ในสัตว์และคนพบว่าในปี พ.ศ. 2566 – 2567 เชื้อไวรัสที่น่ากังวลมากที่สุดน่าจะเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดนก A/H5N1 ซึ่งมีการระบาดอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกทั้งในคน สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่าง ๆ รวมทั้งมีผู้ป่วยรายงานมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรปและจากประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงมากของ Disease X ในขณะนี้แม้ว่าการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดนก A/H5N1 จากคนสู่คนยังมีความจำกัดอยู่ก็ตาม จึงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและควรเริ่มมีระบบเฝ้าระวังเชื้อนี้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาคสัตว์และคน
  2. Latent Viruses น่าจะหมายถึง เชื้อไวรัสที่ฝังตัวอยู่ในธรรมชาติในชั้นดินเยือกแข็งถาวร เช่น ใต้ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลก แต่ด้วยภาวะโลกร้อนจึงมีการละลายของน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งซึ่งเคยฝังซากสัตว์โบราณมาเป็นแสนเป็นล้านปี (นานกว่าช่วงเวลาการกำเนิดของคน) โดยมีการพบไวรัสเหล่านี้ในดินน้ำแข็งเขตไซบีเรีย ประเทศรัสเซียและพบเชื้อไวรัสที่สามารถทำให้ติดเชื้อในสัตว์เซลล์เดียวได้อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงต่ำที่จะกลายเป็น Disease X ได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้
  3. Synthetic Viruses หมายถึง ไวรัสที่มนุษย์สร้างขึ้นมาโดยอาศัยระบบ Artificial Intelligence (AI) ช่วยคิด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่มนุษย์คิดขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธชีวภาพ แล้วแพร่กระจายเป็นโรคระบาดอุบัติใหม่ที่รุนแรงกว้างได้ องค์กรต่าง ๆ ระดับโลกจึงต้องมีการตรวจสอบเฝ้าระวังเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อดูความเป็นไปได้ของ “เชื้อที่มนุษย์ทำขึ้นมา” แล้วแพร่ระบาดไปสู่คน

ข้อมูลจากการต่อสู้กับโรคโควิด 19 ในหลายปี ที่ผ่านมาของระดับโลกและระดับประเทศ ทั้งที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม จึงมีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนเตรียมความพร้อมกับโรคระบาดใหม่ ๆ ในอนาคตอันใกล้ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นเชื้ออะไร เชื้อของระบบอวัยวะไหน เชื้อไวรัสหรือชนิดอื่น ๆ เชื้อก่อโรครุนแรงแค่ไหนเป็นเชื้อที่ระบาดคล้ายกันกับเชื้ออื่น ๆ ที่เคยก่อโรคในมนุษย์แล้วหรือไม่ ซึ่งมีแนวทางการวินิจฉัยโรค การใช้ยาต้านจุลชีพ ใช้วัคซีนหรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปมาก่อนหรือไม่ คำถามข้างต้นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รับผิดชอบ ผู้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขต้องมีการเตรียมความพร้อมในการต่อสู้กับศัตรูที่ยังไม่รู้ว่าเป็นเชื้ออะไร เกิดขึ้นเมื่อไรซึ่งหมายถึง Disease X หรือโรคอุบัติใหม่ (New EID) ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การเตรียมความพร้อมในการต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่ หรือ Disease X ในระดับประเทศควรมีการยกระดับเพื่อเตรียมตัวในทุกภาคส่วน จากประสบการณ์ของการต่อสู้กับโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาใน 4 – 5 ปี เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการต่อสู้เป็นหัวใจของประสิทธิผลที่เป็นที่ยอมรับโดย WHO หรือองค์กรนานาชาติอื่น ๆ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมของ 4 เสาหลักในการดำเนินงานโดยมีภาคนโยบายและการเมืองที่ชัดเจนเป็นตัวขับเคลื่อนในการดำเนินงานดังนี้

  • เสาหลักที่ 1 ด้านระบาดวิทยา : การเตรียมความพร้อมและดำเนินงานการเฝ้าระวังเชื้อโรคที่มีแนวโน้ม ระบาดทั่วในคนและสัตว์ (Surveillance pathogens in Human and Animals)
  • เสาหลักที่ 2 ด้านคลินิก : การเตรียมความพร้อมและฝึกอบรมด้านการดูแลรักษาโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มระบาดในคน ฝึกอบรมบุคลากรด้านการดูแลรักษายาต้านจุลชีพวัคซีน (ถ้ามี) ระบบ Infection control (เตรียมคน ของ สถานที่)
  • เสาหลักที่ 3 ด้านห้องปฏิบัติการ : ถึงเป็นเสาหลักที่สำคัญมากในการต่อสู้กับ Disease X ต้องมีความร่วมมือเป็นเครือข่ายทั้งในระดับประเทศและระดับนานาประเทศเพื่อความรวดเร็วในการวินิจฉัยเชื้อโรคต้นเหตุ
  • เสาหลักที่ 4 ด้านควบคุมโรคโดย อสม.ในชุมชน : เมื่อการระบาดกว้างขวางไปมาก เหล่า อสม. จึงมีภารกิจที่สำคัญในการสอดส่อง การควบคุมโรคไปจนถึงระดับรากหญ้า


สรุป

Disease X หรือ โรคอุบัติใหม่ (New EID) ยังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมของคนทั่วโลกจะเกิดขึ้นเมื่อไร ที่ไหน รุนแรงแค่ไหนไม่มีผู้ใดทราบ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งของทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย การลดผลกระทบและความสูญเสียต่าง ๆ เป็นหัวใจของการดำเนินงานองค์กรระดับโลก เช่น CEPI Global Alliance ได้ตั้งเป้าหมายสำคัญในการต่อสู้ Disease X ไว้ว่า “จะสามารถพัฒนาชุดตรวจและมีวัคซีนป้องกันโรคใน 100 วันหลังจากที่มีพิเคราะห์สาเหตุของเชื้อที่ก่อการระบาดของ Disease X”

 

ขอขอบคุณ : สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก