พญ. พรวลี ปรปักษ์ขาม
อายุรศาสตร์โรคหัวใจ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์
สรุปเนื้อหาจากการอบรมระยะสั้นโรคหัวใจและหลอดเลือด ครั้งที่ 42 จัดโดย สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย วันที่ 21 ตุลาคม 2562
II. การตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular examination)
1. การตรวจประเมินความดันในหลอดเลือดดำที่คอ (jugular venous pressure) ผ่านการวัดเส้นเลือดดำที่คอ jugular venous pulse และ waveform
- Jugular venous pulse (JVP) มีความสำคัญในการประเมินความดันในหลอดเลือดดำกลาง (central venous pressure – CVP) และการทำงานของหัวใจซีกขวา (right-heart function) นิยมใช้การตรวจดู right internal jugular vein เนื่องจากต่อตรงเข้าหลอดเลือด superior vena cava (SVC) โดยตรง และไม่มี valve มากั้น
Position: การตรวจโดยให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูงประมาณ 30o – 45o วัดความสูงของจุดสูงสุด ของ column ของ right internal jugular venous ว่าสูงเป็นแนวตั้งฉากจากตำแหน่งของ sternal angle ซึ่งเป็นจุดอ้างอิง (reference point) เป็นความสูงกี่เซนติเมตร เมื่อนำมารวมกับระยะที่ประมาณว่า เป็นระยะห่างของ sternal angle กับกึ่งกลางของ right atrium (RA) (ซึ่งขึ้นกับท่าทางผู้ป่วย ในท่านอนราบ = 5 ซม. ศีรษะสูง 30o = 8 ซม. และ 45o ขึ้นไป = 10 ซม.) ซึ่งผลรวมของ ความสูงจาก sternal angle + ระยะระหว่าง RA มายัง sternal angle จะเป็นค่าประมาณของความดันในหลอดเลือดดำกลาง CVP ในหน่วยเซนติเมตรนำ (cm blood) ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นหน่วยมิลลิเมตรปรอท โดยการคูณ 0.736 (Formula: mmHg = cm blood x 0.736) - Waveform ของ JVP ประกอบไปด้วยยอดของ A, C และ V โดยมีขาลงเป็น x, x’ และ y descent
- A wave: เกิดขึ้นจากการบีบตัวของหัวใจห้องบนขวา (RA contraction) ซึ่งจาก ECG จะตรงกับ P wave และจะเห็น wave มาก่อนเสียงหนึ่ง (S1)
- การมี prominent A wave พบในผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติการยืดขยายของหัวใจห้องล่างขวา (right ventricular – RV compliance) ลดลง
- Cannon a wave พบใน A-V dissociation เกิดจากการที่ RA contraction ในขณะที่ tricuspid valve ปิด
- จะไม่พบ A wave ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation – AF) (รูปที่ 4)
- x descent: เป็นการลดลงของ RA pressure ตามหลัง A wave
- C wave: เกิดขึ้นจากการที่มีการปิดของ tricuspid valve
- x’ descent: เป็นผลมาจาก ในช่วงของ right ventricular systole มีการดึง tricuspid valve และ floor ของ RA ลง ทำให้ RA pressure ลดลง
- V wave: เกิดจาก venous filling ของ right atrium และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ right ventricle มีการบีบตัว
- กรณีที่มีภาวะ Tricuspid regurgitation (TR)- V wave จะโตขึ้นตามความรุนแรงของโรค
- y descent: เป็นผลมาจากการลดลงของ RA pressure ตามหลังการเปิดของ tricuspid valve
(เลือดจาก RA ลงสู่ RV) - ในคนปกติ ช่วงหายใจเข้า Venous pressure ควรลดลงอย่างน้อย 3 mmHg
- การที่ jugular vein ที่คอสูงขึ้นในช่วงหายใจเข้า แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของ venous pressure (Kussmaul’s sign) พบได้ใน constrictive pericarditis, restrictive cardiomyopathy, pulmonary embolism, RV infarction และ advance systolic heart failure
2. การวัดความดันเลือดที่แขนทั้งสองข้างและที่ขาอย่างน้อย 1 ข้าง
- การวัดความดันทำได้โดยเริ่มจากการคลำหลอดเลือดแดง brachial artery แล้วจึงใช้ส่วน diaphragm ของหูฟัง ฟังเสียงเริ่มต้นของ Korotkoff sound (จะเป็น systolic pressure) และเมื่อเสียง Korotkoff sound สิ้นสุด (เป็น diastolic pressure) ผู้วัดต้องบันทึกแขนข้างที่วัดและลักษณะท่าทางของผู้ที่ถูกวัดด้วย
- การที่ Systolic BP ลดลงมากกว่า 20 mmHg และ/ หรือ Diastolic BP ลดลงมากกว่า 10 mmHg เมื่อผู้ป่วยเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นยืนภายใน 3 นาที ถือว่ามี Orthostatic hypotension การตรวจว่ามีการเปลี่ยนแปลงความดันเมื่อเปลี่ยนท่านั้น ต้องแน่ใจว่าผู้ป่วยต้องอยู่ในท่า upright position อย่างน้อย 90 วินาทีก่อนที่จะวัด
- การที่มี systolic pressure ลดลงมากกว่า 10 mmHg ในช่วงหายใจเข้า (pulsus paradoxus) พบได้ทั้งจาก pericardial tamponade, massive pulmonary emboli, severe obstructive lung disease และ tension pneumothorax
- โดยทั่วไป การตรวจ pulse pressure (ความแตกต่างระหว่าง SBP และ DBP) เป็นการประเมิน ปริมาตรเลือดที่หัวใจบีบต่อครั้ง (left ventricular stroke volume – SV) อย่างคร่าว ๆ หากพบภาวะ pulse pressure กว้าง อาจบ่งบอกถึงการที่มี SV มีปริมาณมาก ขณะที่หากพบว่า pulse pressure แคบจะบ่งถึง SV น่าจะน้อย
3. การตรวจคลำชีพจร major peripheral arterial pulses
ต้องประเมินอัตราการเต้น (rate) และจังหวะการเต้น (rhythm) การตรวจ arterial pulses จะช่วยบอกข้อมูลเกี่ยวกับ
- การทำงานโดยรวมของหัวใจห้องล่าง (overall function of the ventricles)
- ลักษณะ คุณภาพ (ความยืดหยุ่น และแรงดัน) ของหลอดเลือดแดงที่จะประเมิน (quality of the arterial blood vessels)
- สภาวะของลิ้นหัวใจ aortic valve
- การประเมิน peripheral arterial pulses ควรประเมินชีพจรหลอดเลือดแดง brachial, radial, ulnar, femoral, popliteal, dorsalis pedis และ posterior tibialis
- Pulse amplitude ขนาด/ความแรงของความดันในหลอดเลือดแดง แบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ
4+ = full volume, bounding, hyperkinetic, often visible, not obliterated with pressure
3+ = full volume, easily palpated, not easily obliterated with pressure
2+ = normal, palpable, less easily obliterated with pressure
1+ = diminished, barely palpable, easily obliterated with pressure
0+ = absent - ประเมินชีพจรหลอดเลือดแดง radial เปรียบเทียบข้างซ้าย และขวาว่าล่าช้ากว่ากันหรือไม่ (radial – radial delay = inter-radial delay)
- การคลำชีพจรหลอดเลือดแดง brachial หรือ radial พร้อมกับ femoral pulse แล้วพบว่า มี femoral delay ในผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูง (hypertension) บ่งชี้ว่าอาจจะมีภาวะ coarctation of aorta
- ประเมิน collapsing pulse หรือ water-hammer pulse คือ ลักษณะชีพจรที่คลำได้แรงแต่หายไปเร็ว ซึ่งพบได้ใน aortic regurgitation
- A bifid pulse (beating twice in systole) – พบใน Hypertrophic obstructive cardiomyopathy (HOCM)
- A dicrotic pulse (an exaggerate diastolic wave) – severe heart failure (HF)
- Pulsus alternans (alternate strong and weak pulses) – severe HF
4. การตรวจ carotid pulse waveform
การคลำ carotid pulse ไม่ควรคลำพร้อมกันทั้งสองข้าง (ในผู้สูงวัย ควรใช้หูฟัง ฟังเสียง carotid bruit ก่อน) และให้สังเกตอัตราการเต้นจังหวะ ลักษณะและปริมาตร (character of pulse and volume)
- การฟังเสียงที่บริเวณ carotid artery ต้องให้ผู้ป่วยกลั้นหายใจเพื่อฟังเสียง bruit หรือเสียงของ murmur ที่ radiate มา
- ลักษณะของ carotid pulse มีความสำคัญที่จะช่วยในการบ่งบอกถึงความผิดปกติของหัวใจ (รูปที่ 6)
5. Cardiac cycle วงจรการทำงานของหัวใจ
การบีบและการคลายของ Atrium และ ventricle รวมทั้งการเปิดปิดของลิ้นหัวใจมีการเคลื่อนไหวที่เป็นไปอย่างสอดคล้องกันตามช่วงเวลา ทำให้เกิด (1) Ventricular contraction, (2) Ventricular relaxation และ (3) Ventricular filling แบ่งได้เป็น 7 phase ตาม Lewis หรือ Wigger’s cycle (รูปที่ 7)
- Phase a – Atrial Contraction (atrioventricular valves (A-V valves) Open ; Semilunar valve Closed) มีการบีบตัวของ atrium ทำให้เลือดไหลจาก atrium ลงสู่ ventricle
- Phase b – Isovolumetric Contraction (All Valves Closed) ventricle เริ่มมีการบีบตัวแรงดันในห้อง ventricle สูงขึ้น แต่ปริมาตรของ ventricle ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- Phase c – Rapid Ejection (Aortic and Pulmonic Valves Open; A-V Valves Remain Closed) ลิ้น semilunar เปิดเนื่องจากแรงดันใน ventricle สูงกว่าแรงดันใน Aorta และ Pulmonary artery
- Phase d – Reduced Ejection (Aortic and Pulmonic Valves Open; A-V Valves Remain Closed) เมื่อเลือดออกจาก ventricle ไประยะหนึ่ง แรงดันใน ventricle เริ่มลดลงเรื่อย ๆ ทำให้อัตราการไหลของเลือดลดลง
- Phase e – Isovolumetric Relaxation (All Valves Closed) เมื่อแรงดันใน ventricle ลดลงจนต่ำกว่า Aorta และ pulmonary artery ทำให้ลิ้น semilunar ปิดลง ventricle เริ่มคลายตัว แต่ลิ้น A-V ยังไม่เปิดออก
- Phase f – Rapid Filling (A-V valves Open) ventricle คลายตัวจนมีแรงดันต่ำกว่า atrium ทำให้ลิ้น A-V เปิดออก เลือดไหลจาก atrium ลงสู่ ventricle
- Phase g – Reduced Filling (A-V valves Open) เลือดไหลลงสู่ ventricle ด้วยอัตราที่ช้าลง
จากการตรวจร่างกาย Cardiologic systole คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ที่เกิดเสียง S1 ซึ่งเป็นเสียงของลิ้น mitral ปิด ไปจนถึง S2 เสียงของลิ้น aortic ปิดส่วน cardiologic diastole เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ S2-S1
6. การตรวจ precordium
- การดู (Inspection)
- – chest wall deformity/ gynecomastia/ scars: midline sternotomy, submammary, axillary, infraclavicular (to detect device)
- – visible pulsation
- – signs of SVC obstruction – dilated veins
- – skin discoloration
- การคลำ (palpation)
- โดยใช้ความรู้สึกสัมผัสบริเวณฝ่ามือ และปลายนิ้วคลำบริเวณขอบกระดูกกลางอกซ้ายทรวงอก และที่ยอดของหัวใจ (apex) เพื่อหาตำแหน่งของ point of maximal impulse (PMI)
- apex beat (location/character): localize apex beat คลำจาก lateral มายัง medial เพื่อบอกตำแหน่งว่าระหว่างช่อง intercostal space ใด และบอกลักษณะว่า เป็นแบบใด (normal, tapping, heaving หรือ hyperdynamic)
- ถ้าคลำบริเวณกระดูกกลางอกซ้ายแล้ว ทำให้ฝ่ามือยกขึ้น (heave) อาจเกิดจากหัวใจห้องล่างโต
- thrill: เป็น grade หนึ่งของ heart murmurs ตรวจโดยใช้ปลายนิ้วมือทั้งสี่ คลำตามตำแหน่ง valvular area การรู้สึกถึงการสั่นสะเทือน (vibration หรือ thrill) บริเวณหน้าอก อาจพบในผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจที่รุนแรง หรืออาจพบในโรคผนังหัวใจห้องล่างรั่วแต่กำเนิด หรืออาจคลำได้ แรงสั่นสะเทือน บริเวณ intercostal arteries ที่บริเวณสะบักหลัง ซึ่งพบได้ในผู้ป่วย Hypertension ที่มี severe aortic coarctation
- – parasternal heave: วางฝ่ามือตั้งฉากกับหน้าอก คลำบริเวณกระดูกกลางอกซ้ายของผู้ป่วยที่บริเวณ left parasternal border (LPSB) สังเกตลักษณะของ shifting หรือหากมีฝ่ามือยกขึ้น (heave) อาจเกิดจากหัวใจห้องล่างขวาโต
- การคลำ Apex beat ผู้ป่วยควรนอนหงาย หรือนอนตะแคงซ้าย ในคนปกติจะอยู่ที่เส้นสมมุติที่ลากจาก mid clavicle ข้างซ้าย ตัดกับช่องที่ 5 ของกระดูกซี่โครงข้างซ้าย (left 5th intercostal space)
- apex beat ที่กว้างกว่า 2 cm บ่งว่ามี LV enlargement

