CIMjournal
จากแพทย์สู่เส้นทางผู้พิพากษา

Inspiration: จากแพทย์สู่เส้นทางผู้พิพากษา


ทีมงาน
CIM ตั้งใจจะมีคอลัมน์เส้นทางชีวิต โดยมีการเก็บรวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจในชีวิตแพทย์มานำเสนอ อาจเป็นเรื่องของการเลือกทางเดินชีวิตใหม่ การอุทิศตัวเพื่อภารกิจบางอย่าง การเอาชนะอุปสรรคบางเรื่อง การล้มแล้วลุก และอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ต่อเติมความมุ่งมั่นให้กับเพื่อนๆแพทย์และผู้อ่านที่สนใจด้วย เนื่องจากเพิ่งเปิดคอลัมน์ในช่วงโควิด 19 เรื่องแรกจึงเป็นการนำบทความที่ตีพิมพ์ในคมชัดลึกออนไลน์ มานำเสนอในระหว่างที่ทีมงานกำลังนัดสัมภาษณ์แพทย์อยู่ ท่านใดรู้จักแพทย์ที่มีเรื่องราวชีวิตที่เป็นประโยชน์แนะนำทีมงานได้ที่ hwplus.editor@gmail.com หรือ Line@ CIMjournal

คนเราก็ต่างมีความฝัน เส้นทางที่อยากเลือกเดิน อยากจะเป็น อยากประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย “นายขจรเดช ดิเรกสุนทร” เป็นคนหนึ่งที่ฝ่าฟันไปถึงความฝันของตนเองได้สำเร็จ จากครั้งแรกเนื่องด้วยความจำเป็นและสภาพแวดล้อมนำเขาสู่เส้นทาง “แพทย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง” รักษาคนที่เจ็บป่วยกาย และวันหนึ่ง เข็มทิศชีวิตก็เปลี่ยนให้เขามาเป็น “ผู้พิพากษา” รักษาคนด้วยกฎหมาย


สาเหตุที่เรียนแพทย์และนิติศาสตร์ไปพร้อมกัน

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเรียนแพทย์ เพราะตอนเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ ต้องไปพบแพทย์เป็นประจำ เมื่อคะแนนสอบเอนทรานซ์ออก ได้ทั้งคณะแพทย์กับวิศวะ ด้วยความที่ชอบการท่องจำ จึงเลือกแพทย์ ตอนเข้าเรียนแพทย์มีเพื่อนชวนเรียน มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีความสนใจและชอบวิชาเกี่ยวกับกฎหมาย จึงเริ่มเรียนกฎหมายที่ มสธ. ในขณะที่เรียนแพทย์อยู่ชั้นปีที่ 2 เทอม 2 ใช้เวลาเรียน 3 ปีครึ่ง


มารู้ตัวตอนไหนว่าอยากเป็นผู้พิพากษา

ความเป็น “แพทย์” กับ “ผู้พิพากษา” มีส่วนคล้ายกันคือ เป็นงานที่เน้นบริการสาธารณะ ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม ต้องอาศัยความเชื่อใจของคนที่มารับบริการ ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลือกเป็น “ผู้พิพากษา” เมื่อเริ่มเรียนแพทย์ปี 4 ต้องไปตรวจผู้ป่วย ตามอาจารย์ดูแลคนไข้ ต้องอยู่เวร จึงเห็นชีวิตจริง รู้สึกไม่ชอบ คงไม่สามารถทำได้ตลอดชีวิต เมื่อเรียนแพทย์ปีที่ 5 ใกล้เรียนจบกฎหมาย มีโอกาสพบ นายอำนาจ พวงชมพู (อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบคนแรก) จึงปรึกษาว่าถ้าอยากเป็นผู้พิพากษาต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าทำไมรู้ว่าตนเองชอบอะไรในเวลาที่ช้าเกินไป เพราะสมัยก่อนไม่มีการเข้าค่ายต่าง ๆ เหมือนในปัจจุบัน หรือในต่างประเทศที่มีการทดลองเรียนหลายวิชาก่อน และค่อยเลือกวิชาเอกที่สนใจ พอเรียนจบระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มสธ. ก็ลงเรียนระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญต่อ และลงเรียนที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ตอนนั้นคิดว่าทำยังไงก็ได้ให้มีโอกาสสอบผู้พิพากษาให้เร็วที่สุด

 

“ส่วนจุดที่ทำให้เลือกเป็น

“ผู้พิพากษา” เมื่อเรียนแพทย์ปี 4

ต้องตามอาจารย์ไปตรวจผู้ป่วย

ดูแลคนไข้ อยู่เวร

จึงเห็นชีวิตจริง รู้สึกไม่ชอบ

คงไม่สามารถทำได้ไปตลอดชีวิต”


การเรียนทั้ง 2 ศาสตร์ทำให้เห็นอะไรบ้าง

แม้โอกาสที่หวังจะมาช้า แต่การที่ได้เรียนแพทย์มาก่อนก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีวิธีคิด วิเคราะห์เชิงสังเคราะห์ หรือการคิดอย่างมีระบบ มองปัญหาได้รอบด้าน การที่คนไข้มาหาต้องตัดสินใจว่าจะรักษาคนไข้อย่างไร ส่วนผู้พิพากษาก็ต้องตัดสินชีวิตคนที่เป็นเรื่องสำคัญ ถือว่ารักษาชีวิตคนและทรัพย์สินเหมือนกัน ได้เขียนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Asia Pacific Journal of Health Law & Ethics เรื่อง “Informed Consent in Thailand : What Standard Is It? Which One Should It Be?” เป็นเรื่องเกี่ยวกับความยินยอมที่ได้รับการบอกกล่าว เรื่องนี้แม้ยังไม่มีคดีความเกิดขึ้นในศาลฎีกา แต่ในอนาคตจะเกิดปัญหา คือก่อนที่แพทย์จะทำการรักษาคนไข้ ต้องแจ้งให้คนไข้ทราบ บอกข้อดีข้อเสีย หรือทางเลือกอื่นในการรักษา หรือผลของการปฏิเสธการรักษา เพื่อเป็นการปกป้องคนไข้ว่าจะเข้ารับการรักษาหรือไม่ เป็นหลักที่ให้สิทธิคนไข้ในการเลือกการรักษาเกี่ยวกับตัวเขาเอง การเขียนบทความนี้เพื่อเสนอว่า ประเทศไทยควรจะใช้มาตรฐานใด เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย

การเรียนควบคู่กันไปทั้ง 2 ศาสตร์เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก การวางแผนการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญ ใครที่ต้องเรียน 2 อย่างคู่กันไป หากรู้ว่าชอบอะไรให้รีบทำ ปักธงเป้าหมายให้ชัดเจน อยากจะฝากข้อคิดเรื่อง อิทธิบาท 4 เป็นหนทางสู่ความสำเร็จ เพียงแค่เราหาความชอบให้เจอ เพียรพยายาม เอาใจใส่ คิดไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ ประเมินตนเองว่าสิ่งนั้นมีความเป็นไปได้ สามารถทำให้สำเร็จได้หรือไม่ สุดท้าย เชื่อว่าเราสามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่เรารักได้ อย่าละทิ้งความฝันตนเอง ต้องมี mind set ว่างานที่ตนทำอยู่มีคุณค่าและมีเป้าหมายเสมอ ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

 

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก
คมชัดลึกออนไลน์

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก