.

ศ. ดร. พญ. อรพรรณ โพชนุกูล
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากการประชุม BSACI Global Allergy Online Symposium ที่จัดโดย British Society for Allergy & Clinical Immunology (BSACI) ที่จัดขึ้นเมื่อ 23 มกราคม 2026 ในลักษณะออนไลน์ โดยหัวข้อที่น่าสนใจคือ anaphylaxis และ atopic dermatitis
Anaphylaxis
การวินิจฉัยที่สำคัญคือ การเกิดอาการแบบเฉียบพลันหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ และมีการเกี่ยวข้องของมากกว่าหนึ่งระบบ เช่น ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบทางเดินอาหาร
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจแสดงอาการเฉพาะระบบไหลเวียนเลือด เช่น hypotension หรือเฉพาะระบบทางเดินหายใจ เช่น bronchospasm หรือ laryngeal edema หลังสัมผัส allergen ที่ทราบแน่ชัด แม้ไม่มีผื่น ก็สามารถวินิจฉัยเป็น anaphylaxis ได้ อย่างไรก็ตามไม่มีอาการใดที่จำเพาะ 100% ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าเกณฑ์ครบก่อนจึงให้ epinephrine และการที่ผู้ป่วยตอบสนองต่อ epinephrine ไม่ได้ใช้เป็นเกณฑ์ยืนยันการวินิจฉัย
ปัจจัยเสี่ยงของ severe anaphylaxis หมายถึง ภาวะที่มีการ compromise ของระบบหายใจหรือระบบไหลเวียนเลือดอย่างมีนัยสำคัญ เช่น hypotension, hypoxemia หรือ respiratory failure และอาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีผื่นร่วมด้วย โดยปัจจัยเสี่ยงสามารถแบ่งออกเป็น ด้านผู้ป่วย พบว่าอายุที่มากขึ้นสัมพันธ์กับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคปอดอยู่ก่อน นอกจากนี้ ผู้ที่มี mastocytosis หรือ mast cell disorder รวมถึงผู้ที่มีค่า baseline serum tryptase สูง มีแนวโน้มเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่า ผู้ป่วยที่มีประวัติ severe insect sting anaphylaxis หรือ recurrent idiopathic anaphylaxis ก็จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงเช่นกัน
การใช้ยา beta-blocker หรือ ACE inhibitor อาจมีผลต่อความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษา แม้ปัจจุบันจะไม่ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด แต่ยังต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล นอกจากนี้หากผู้ป่วยมี hypotension ตั้งแต่ต้น มี hypoxemia ต้องใช้ epinephrine มากกว่าหนึ่งครั้ง หรือมีลักษณะ persistent หรือ biphasic reaction จะมีโอกาสจัดอยู่ในกลุ่ม severe มากขึ้น
ด้านชนิดของสิ่งกระตุ้น พบว่า drug-induced anaphylaxis และ perioperative anaphylaxis มักมีความรุนแรงสูงกว่า food-induced anaphylaxis โดยเฉพาะเมื่อมีการให้สารผ่านทางหลอดเลือดดำ นอกจากนี้ venom allergy โดยเฉพาะจาก honeybee ก็สัมพันธ์กับปฏิกิริยาที่รุนแรง
- นิยามรูปแบบของการเกิด anaphylaxis ได้แก่
- Biphasic anaphylaxis หมายถึง อาการกลับมาอีกครั้งหลังหายแล้ว ≥1 ชั่วโมง ภายใน 48 ชั่วโมง
- Persistent anaphylaxis หมายถึง อาการคงอยู่นาน ≥4 ชั่วโมง
- Refractory anaphylaxis หมายถึง การที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย epinephrine และการรักษาตามอาการ
- การตรวจ serum tryptase ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเป็นภาวะนี้ ดังนั้นควรเจาะ ภายใน 2 ชั่วโมงแรก และเปรียบเทียบกับค่า baseline แม้ tryptase ปกติ ก็ไม่สามารถตัด anaphylaxis ออกได้
ควรตรวจ baseline tryptase ในผู้ป่วยที่มี recurrent anaphylaxis, idiopathic anaphylaxis, severe anaphylaxis โดยเฉพาะกลุ่มที่มาด้วย hypotension, insect sting anaphylaxis, สงสัย mastocytosis
Atopic dermatitis
Atopic dermatitis (AD) คือ โรคผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีอาการคันเป็นอาการหลัก การวินิจฉัยโรคนี้ใช้อาการทางคลินิก โดยอาศัย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ อาการคัน ลักษณะผื่นแบบ eczema ในตำแหน่งจำเพาะตามวัย และลักษณะเป็นเรื้อรังหรือกำเริบซ้ำ เป้าหมายของการรักษาคือควบคุมการอักเสบ ลดอาการคัน ป้องกันการกำเริบ และทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ หลักการรักษาพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการดูแลskin barrier โดยการใช้ moisturizer เป็นประจำแม้ในช่วงที่ผื่นสงบ ควรทาทั่วตัวทันทีหลังอาบน้ำ และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด
การรักษาหลักในระยะกำเริบคือ topical anti-inflammatory therapy โดยเฉพาะ topical corticosteroids ซึ่งต้องเลือกความแรงให้เหมาะกับความรุนแรงของผื่นเฉพาะตำแหน่ง และใช้ในปริมาณที่เพียงพอ tacrolimus/pimecrolimus เป็นทางเลือกที่ดีในบริเวณใบหน้าและคอเพื่อลดผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ ปัจจุบันมี topical agents ใหม่ เช่น topical JAK inhibitor และ PDE4 inhibitor เพิ่มทางเลือกในการรักษา เมื่อควบคุมผื่นได้แล้ว แนวคิด proactive therapy มีความสำคัญ คือการทายาต้านการอักเสบแบบ intermittent สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งในตำแหน่งที่เคยเป็นบ่อย เพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ
ในผู้ป่วย moderate-to-severe AD ที่ควบคุมไม่ได้ด้วย topical therapy อาจพิจารณา systemic therapy เช่น cyclosporine, oral JAK inhibitors หรือ biologics เช่น dupilumab, tralokinumab และ nemolizumab
สรุปการรักษา atopic dermatitis ที่ได้ผลต้องอาศัยทั้งการดูแลผิวหนัง การใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเหมาะสม และการป้องกันการกำเริบในระยะยาว โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยควบคุมโรคได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังไม่แนะนำให้งดอาหารในผู้ป่วยผื่นแพ้หากไม่มีหลักฐานชัดเจนของ food allergy และควรดูแลปัจจัยด้านจิตใจร่วมด้วย เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นการกำเริบได้
งานประชุมสาขาภูมิแพ้และอิมมูโนฯ ที่น่าสนใจ เดือน ม.ค. – มิ.ย. 2569
• การประชุมวิชาการประจำปี 2569 สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย | 5 – 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท
• World Allergy Congress (WAC) 2026 | 15 – 18 October 2026 – Kyoto, Japan



