ข้อมูลการศึกษาย้อนหลังในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ที่เพิ่งเริ่มรักษาด้วยยาชนิดเดียว พบว่า การใช้ยากลุ่ม ARBs มีการเกิดโรคลมชักน้อยกว่ายากลุ่มอื่นประมาณ 30% อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ losartan
ยาลดความดัน losartan สามารถลดความไวของเซลล์สมอง astrocyte และช่วยรักษาสภาพของ blood brain barrier ให้คงที่ สองปัจจัยนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดลมชัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีผลต่อหลอดเลือดสมอง รายงานข้อมูลการศึกษาย้อนหลังจากประเทศเยอรมนี พบว่า ผู้ป่วยที่ใช้ยา Angiotensin Receptor Blockers (ARBs) มีการเกิดโรคลมชักน้อยกว่ายาลดความดันตัวอื่น
การศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลังในประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแบบเก็บข้อมูลเรื่องการเกิดลมชักในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ได้รับยา ARBs เทียบกับยาอื่น คล้ายกับข้อมูลการศึกษาจากเยอรมนี แต่ทำในของอเมริกา ที่มีความเสี่ยงการเกิดโรคสมองต่างออกไป คือ มีอุบัติการณ์ของ Atrial Fibrillation เกิดการบาดเจ็บหลอดเลือดสมองและลมชักได้มากกว่า
ข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ที่อายุมากกว่า 18 ปี ไม่เคยรักษาด้วยยามาเลยในช่วง 12 เดือน และใช้ยาลดความดันเพียงหนึ่งชนิดไม่ว่าจากยากลุ่มใด ไม่เคยมีโรคลมชัก หรือโรคสมองก่อนหน้านี้ และไม่ใช้ยากันชัก โดยติดตามการเกิดลมชักภายหลังเริ่มยาลดความดันไปแล้ว 3 เดือน
ผู้ป่วยจำนวนประมาณ 2.2 ล้านคน อายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี มีโรคร่วมหลอดเลือดสมองอยู่แล้ว 4.5% และมี AF ประมาณ 2% ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับยา beta blocker จะเป็น AF ถึง 11% ระยะเวลาในการเกิดลมชักครั้งแรกอยู่ที่ 520 – 580 วัน
ผลการศึกษาหลักก่อนการจัดกลุ่มด้วย propensity score matching พบว่า ผู้ป่วยใช้ยา ARBs มีการเกิดลมชักต่ำกว่า beta blocker (HR 0.70) ต่ำกว่ายา ACEIs (HR 0.75) ต่ำกว่ายากลุ่มอื่นนอกจาก ACEI, beta blocker และ CCB (HR 0.72) ทั้งหมดนี้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แม้ยากลุ่ม ARBs จะพบลมชักต่ำกว่า CCB (HR 0.80) แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
แต่หากลงลึกไปในยา ARB แต่ละชนิด จะพบว่ามีเพียง losartan เท่านั้นที่แตกต่างจากยากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือ AF การใช้ยา ARBs ก็พบลมชักต่ำกว่ายากลุ่มอื่นแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
การใช้ยา ARBs โดยเฉพาะยา losartan ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถลดอัตราการเกิดลมชักได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาลดความดันกลุ่มอื่น น่าจะเป็นจากสมบัติเฉพาะตัวของยา ARBs มากกว่าระดับการควบคุมความดันโลหิต แต่เนื่องจากเป็น retrospective study ที่มีความแปรปรวนมาก อาจต้องรอผลการศึกษาแบบ RCTs เพื่อประเมินผลทางคลินิกให้ชัดเจน
เรียบเรียงโดย นพ. ชาคริต หริมพานิช
ข้อมูลจาก doi:10.1001/jamaneurol.2024.1714

