การตั้งครรภ์ คือ ช่วงเวลาแห่งความสุขและความคาดหวังของการสร้างชีวิตใหม่ แต่คุณแม่แน่ใจหรือไม่ว่า… อาการแปลกๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกาย เป็นเพียง “เรื่องปกติของคนท้อง” หรือกำลังเป็น “สัญญาณเตือนอันตราย” ที่ร่างกายกำลังส่งออกมา
หลายครั้งที่คุณแม่อาจมองข้ามความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ไป แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบต่างๆ ในแต่ละไตรมาส อาจซ่อนภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายกว่าที่คิด โดย นพ.นพเมศฐ์ ศรีจารุสิทธิ์ แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขามะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ได้เน้นย้ำว่า การสังเกตและไม่ละเลยสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก
เช็กร่างกายตลอด 3 ไตรมาส… จุดไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงไตรมาสแรก (0 – 13 สัปดาห์) ระดับฮอร์โมน hCG, Progesterone และ Estrogen จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวและเจริญเติบโต ส่งผลให้คุณแม่หลายคนมีอาการ แพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ง่วงนอน เต้านมคัดตึง ปัสสาวะบ่อย และอารมณ์แปรปรวน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อวัยวะสำคัญของทารกกำลังก่อตัว จึงควรหลีกเลี่ยงยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อเข้าสู่ ไตรมาสที่สอง (14 – 27 สัปดาห์) อาการแพ้ท้องมักลดลง คุณแม่มีพลังงานมากขึ้น เริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของลูกน้อย แต่ก็อาจมีอาการปวดหลัง ปวดเอว ตะคริว หรือผิวแตกลาย หากไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ สามารถออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้
ส่วน ไตรมาสที่สาม (28 สัปดาห์จนถึงคลอด) เป็นช่วงที่ทารกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว คุณแม่อาจรู้สึกเหนื่อยง่าย ปวดหลัง นอนไม่หลับ แสบร้อนกลางอก ขาบวม ปัสสาวะบ่อย และหายใจสั้น จึงควรเริ่มเตรียมตัวสำหรับการคลอด และหมั่นสังเกตการดิ้นของลูกทุกวัน
ดูแลตัวเองอย่างไรในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์
แม้การเปลี่ยนแปลงในแต่ละไตรมาสจะแตกต่างกัน แต่หลักสำคัญคือการใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงปกติ พร้อมใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคุมน้ำหนักตามคำแนะนำของสูติแพทย์ และงดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นอกจากนี้ แต่ละไตรมาสยังมีข้อควรระวังแตกต่างกัน ได้แก่ การเฝ้าระวังการแท้งในช่วงแรก การป้องกันเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในช่วงกลาง และการติดตามลูกดิ้น รวมถึงการเฝ้าระวังภาวะครรภ์เป็นพิษและการคลอดก่อนกำหนดในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์
10 อาการอันตราย! ห้าม “รอดูอาการ” เด็ดขาด ควรรีบพบแพทย์ทันที
แม้อาการหลายอย่างระหว่างตั้งครรภ์จะเป็นเรื่องปกติ แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่
- เลือดออกทางช่องคลอด
- น้ำเดิน
- ปวดท้องรุนแรง หรือปวดเป็นจังหวะ
- ลูกดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้น
- ปวดศีรษะรุนแรง หรือตาพร่ามัว
- บวมมากผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูง
- มีไข้สูง
- หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก
- ชัก หรือวูบหมดสติ
ฝากครรภ์สม่ำเสมอ… ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่มีรายละเอียดและการดูแลแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุครรภ์ การได้รับคำแนะนำจากสูติ-นรีแพทย์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้คุณแม่เตรียมความพร้อมทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ และการคลอดได้อย่างมั่นใจ
ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษา ฝากครรภ์ และวางแผนการคลอดได้ที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ และ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ใกล้บ้าน 19 แห่ง ใน 15 จังหวัด www.princgroup.com

