ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก ยอดผู้ป่วยเฉพาะเดือนกันยายน 2566 มีจำนวนสูงกว่าแสนราย หมอชลน่านสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายสิทธิเด็กที่ควรได้รับวัคซีน จากเดิม 6 เดือน – 2 ปี เพิ่มเป็น 5 ปี พร้อมสำรองวัคซีนสำหรับการเร่งฉีดในกลุ่มเสี่ยง 608 หญิงตั้งครรภ์ และเร่งการบรรจุยาฟาวิพิราเวียร์เป็นทางเลือกการรักษาไข้หวัดใหญ่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
สถิติผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม โดยเฉพาะสายพันธุ์ A H1N1, H3N2 และสายพันธุ์ B ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 กันยายน พ.ศ. 2566 มีจำนวนถึง 248,322 ราย อัตราเจ็บป่วย 375.50 รายต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย (อัตราป่วยเสียชีวิต 3.2 รายต่อผู้ป่วยแสนราย) โดยจำนวนเพิ่มขึ้น 109,556 ราย เฉพาะภายในเดือนกันยายนที่ผ่านมา นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะใน 10 จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ ระยอง ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ยโสธร พัทลุง อุบลราชธานี ลำพูน นครปฐม และจันทบุรี เร่งดำเนินการรับมือการระบาด
นพ. ชลน่าน มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เร่งจัดหาและดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน) และเพิ่มเติมกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พร้อมขยายสิทธิในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กเป็น อายุ 6 เดือน – 5 ปี เพื่อป้องกันการระบาด ทั้งนี้ อาจขยายระยะเวลาการรณรงค์ฉีดวัคซีนจากเดิมพฤษภาคม -สิงหาคมของทุกปี ให้ยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน
แหล่งที่มา: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/04/199577/

