นักวิจัยสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) ประเทศไทย ร่วมการศึกษาและพัฒนายาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือยาเพร็พ (PrEP) ชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 2 ครั้ง/ปี คาดเห็นรายละเอียดชัดเจนภายในปีนี้ หวังสนับสนุนเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) ต่อไป
นพ.จักรภัทร บุญเรือง แพทย์นักวิจัย IHRI ให้ข้อมูลว่าไทยโดย IHRI กำลังเข้าร่วมงานวิจัยทางคลินิกเฟส 3 ชื่อ PURPOSE-2 ซึ่งศึกษาพัฒนายาเลนาคาพาเวียร์ (Lenacapavir) สำหรับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย หญิงข้ามเพศ ชายข้ามเพศ และ Non-Binary ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน ลดการส่งต่อเชื้อให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) มุ่งกำจัดโรคเอดส์ให้หมดภายในปี 2573
นพ.จักรภัทร เผยว่า งานวิจัยนี้ต่างจาก PURPOSE-1 ที่ศึกษาในกลุ่มเพศกำเนิดหญิง ที่เป็นระยะเป้าหมายที่ 1 ในประเทศแอฟริกาใต้และอูกันดา เพิ่งประกาศผลอย่างเป็นทางการว่าป้องกันเอชไอวีได้ 100% ในกลุ่มเพศกำเนิดหญิงที่มีความเสี่ยง ขณะที่การศึกษาของทาง IHRI เพิ่งเริ่มดำเนินการเดือนมีนาคม พ.ศ.2567 คาดว่าจะเห็นรายละเอียดมากขึ้นภายในปีนี้ ถ้าผลลัพธ์เชิงประจักษ์ชัดเจนก็หวังว่าจะได้รับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป
นอกจากการศึกษาข้างต้น IHRI เคยร่วมวิจัยยาคาร์โบทิกราเวียร์ (Cabotegravir) สำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อป้องกันเอชไอวี ซึ่งพบว่าสามารถป้องกันได้อย่างดี รวมถึงผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2566 แต่ยาราคาแพงมาก เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาสำหรับผู้ที่จำเป็น
แหล่งที่มา: https://www.thecoverage.info/news/content/7145

