องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้วัคซีน nirsevimab สำหรับป้องกันโรคไวรัสระบบทางเดินหายใจ หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ที่ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ (Respiratory Syncytial Virus, RSV) ในทารกและผู้สูงอายุ ซึ่งผลการศึกษา พบว่า ช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเข้าโรงพยาบาล
องค์การและยาสหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ใช้ nirsevimab ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดออกฤทธิ์นาน สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีความจำเพาะสำหรับป้องกันโรค RSV ซึ่งปกติจะมีการระบาดทั่วโลกช่วงกันยายน – ตุลาคม หรือบางประเทศอาจเร็วกว่านี้ แม้จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ อาทิ ไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล และหายใจเสียงดัง แต่โรค RSV อาจมีผลแทรกซ้อนที่ควรระวังตั้งแต่โรคปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ และระบบทางเดินหายใจอักเสบ ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ฉีดวัคซีนแก่ทารกอายุน้อยกว่า 8 เดือนที่เกิดในช่วง RSV ระบาด หรือทารกที่เข้าสู่ช่วงการระบาด RSV ในปีแรก เนื่องจากผลการศึกษา พบว่า สามารถลดความรุนแรงของ RSV ได้และลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 80% ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงเดือนมิถุนายนควบคู่กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยใช้วัคซีน RSV 2 ชนิดใน 1 ครั้งซึ่งช่วยป้องกัน RSV ได้อย่างน้อย 2 – 3 ฤดูกาล
แหล่งที่มา: https://www.thecoverage.info/news/content/5313

