CIMjournal

เรื่องที่แพทย์สาขาโรคติดเชื้อ …ควรติดตาม เดือน เม.ย. – มิ.ย. 2567

.
นพ.รุจิภาส สิริจตุภัทร

รศ. นพ. รุจิภาส สิริจตุภัทร
สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ข้อมูลด้านโรคติดเชื้อที่น่าสนใจ ได้แก่

COVID-19

คำแนะนำใหม่ของ US CDC เกี่ยวกับการแยกตัว (isolation) ของผู้ป่วยโควิด 19
คำแนะนำก่อนหน้านี้ แนะนำให้ผู้ป่วยแยกตัวอย่างน้อย 5 วัน ร่วมกับการเฝ้าระวัง (precaution) ต่อหลังแยกตัว ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นในช่วงที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ประชากรในขณะนั้นมีระดับภูมิคุ้มกันน้อยกว่าในปัจจุบัน  มีเครื่องมือในการรับมือโควิด 19 น้อยกว่า และมีผู้ป่วยอาการรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล รวมทั้งมีผู้เสียชีวิต สูงกว่าในปัจจุบัน

คำแนะนำใหม่ ในเดือน มี.ค. 2567 แนะนำให้ผู้ป่วยอยู่บ้านแยกตัวออกจากผู้อื่น จนกว่าอาการจะดีขึ้นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และไม่มีไข้ (โดยไม่ได้รับประทานยาลดไข้) ดังนั้นระยะเวลาการแยกตัวอาจสั้นกว่า ยาวกว่า หรือเท่ากับคำแนะนำเดิมสำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อาการปรากฏ

คำแนะนำล่าสุดของ US CDC เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด 19
ในเดือน มี.ค. 2567 ทาง US CDC มีคำแนะนำสำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยสรุป ดังนี้
  • ประชาชนทุกคนในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19
  • วัคซีนที่แนะนำ ได้แก่ วัคซีน mRNA สูตรปรับปรุงล่าสุด (ปี 2023 – 2024) (Moderna หรือ Pfizer-BioNTech) และ วัคซีน Novavax สูตรปรับปรุงล่าสุด (ปี 2023 – 2024) (สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น)
  • จำนวนโดสของวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุและประวัติการรับวัคซีนโควิด 19 ครั้งก่อน (ตารางในเว็บไซต์ของ CDC จะมีรายละเอียดแนะนำวัคซีนตามช่วงวัยและประวัติการรับวัคซีนโควิด 19)
  • อายุ 5 ปีขึ้นไป: โดยปกติจะต้องได้รับวัคซีนสูตรปรับปรุงล่าสุดเพียง 1 เข็ม
  • อายุ 6 เดือน ถึง 4 ปี: อาจจะต้องได้รับวัคซีน 2 หรือ 3 เข็ม ขึ้นอยู่กับประวัติการรับวัคซีน
  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป: แนะนำให้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติมอย่างน้อย 4 เดือนหลังจากเข็มล่าสุด
  • ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน จะต้องได้รับวัคซีนมากกว่าผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแล้ว
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ปานกลางหรือรุนแรง: อาจจะต้องได้รับวัคซีนเพิ่มเติมหลังจากได้รับวัคซีนชุดแรก


HIV

การนำยาฉีด long-acting cabotegravir (CAB) และ rilpivirine (RPV) มาใช้รักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมี HIV viremia
การใช้ยาฉีดชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน CAB-RPV สำหรับรักษาเอชไอวีในผู้ป่วยที่มีภาวะ HIV viremia (มีเชื้อ HIV ในเลือดสูง) เป็นเรื่องใหม่ เนื่องจาก ยา CAB-RPV ได้รับอนุมัติให้ใช้สำหรับผู้ป่วยที่สามารถควบคุมเชื้อเอชไอวีด้วยยารับประทานได้สำเร็จแล้ว (HIV suppression) เท่านั้น ทั้งนี้จากการศึกษาแบบสังเกตที่ผู้ป่วยได้รับบริการดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่า 57 – 100% ของผู้ป่วยที่มี HIV viremia สามารถควบคุมเชื้อ HIV ด้วยยา CAB-RPV ได้สำเร็จ แต่การศึกษาเหล่านี้มีขนาดเล็กและติดตามผู้ป่วยในระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม ในเดือน มี.ค. 2567 คณะกรรมการของ IAS-USA ได้ปรับปรุงแนวทางการรักษาเอชไอวี ดังนี้

ยาฉีด CAB-RPV สามารถพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะ HIV viremia ที่ตรงตามเกณฑ์ต่อไปนี้ เมื่อได้รับการสนับสนุนด้วยบริการติดตามผลการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด  กรณีที่ไม่มีทางเลือกการรักษาอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานยาต้านไวรัสแบบรับประทานได้อย่างต่อเนื่อง (ระดับการแนะนำ AIIa ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)

  • ไม่สามารถรับประทานยาต้านไวรัสแบบรับประทานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ทางแพทย์ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว
  • มีความเสี่ยงสูงต่อ HIV disease progression (จำนวนเม็ดเลือดขาว CD4 ต่ำกว่า 200/mm3 หรือเคยมี AIDS-defining complications)
  • เชื้อเอชไอวียังไวต่อยา CAB และ RPV

กรณีที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาภาวะการใช้สารเสพติดหรือโรคทางจิตเวชร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มตัวอย่างเพื่อสนับสนุนคำแนะนำนี้ และข้อมูลที่มีอยู่ยังจำกัด จึงต้องติดตามต่อไปในระยะยาว

การรักษาเอชไอวีด้วยยารับประทานสัปดาห์ละครั้ง
ยาต้านเชื้อ HIV ชนิดใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ islatravir (ISL) ยาต้านไวรัสชนิด nucleoside reverse transcriptase translocation inhibitor และอีกชนิดคือ lenacapavir (LEN) ยาต้านไวรัสชนิด capsid inhibitor  ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV-1 ได้ดี และออกฤทธิ์ได้นาน จึงอาจนำมาพัฒนาเป็นยาสูตรรับประทานสัปดาห์ละครั้ง

จากการศึกษาระยะที่ 2 แบบสุ่มตัวอย่าง (n = 104) เปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา ISL+LEN รับประทานสัปดาห์ละครั้ง (n = 52) กับ bictegravir/emtricitabine/tenofovir alafenamide (BIC/FTC/TAF) รับประทานวันละครั้ง (n = 52) ในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อเอชไอวีและสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้แล้ว (HIV suppression) พบว่า

  • ที่สัปดาห์ที่ 24 ผู้เข้าร่วมวิจัย 49 ราย (94.2%) ในกลุ่ม ISL+LEN และ 48 ราย (92.3%) ในกลุ่ม BIC/FTC/TAF ยังคงสามารถควบคุมเชื้อ HIV ไว้ได้ ส่วนอีก 2 ราย (3.8%) ในกลุ่ม ISL+LEN และ 4 ราย (7.7%) ในกลุ่ม BIC/FTC/TAF ขาดข้อมูลผลเลือดที่สัปดาห์ที่ 24 เนื่องจากหยุดยาหรือขาดนัดหมายติดตามผล
  • ไม่มีข้อแตกต่างระหว่างกลุ่มยาในแง่ของการเปลี่ยนแปลงจำนวน CD4+ T cells หรือ absolute lymphocyte count ที่สัปดาห์ที่ 24
  • ผู้เข้าร่วมวิจัย 39 ราย (75.0%) ในกลุ่ม ISL+LEN และ 38 ราย (73.1%) ในกลุ่ม BIC/FTC/TAF มีอาการข้างเคียง อาการข้างเคียงที่พบบ่อยในกลุ่ม ISL+LEN ได้แก่ ท้องเสีย (7 ราย; 5%) ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (6 ราย; 11.5%) และ ปวดข้อ ปวดแขนขา อ่อนเพลีย (แต่ละอาการ 3 ราย; 5.8%) ไม่มีรายงานอาการข้างเคียงรุนแรง (ระดับ 3 หรือ 4) ที่เกี่ยวข้องกับยา ผู้เข้าร่วมวิจัย 2 ราย ในกลุ่ม ISL+LEN หยุดยาเนื่องจากอาการข้างเคียงที่ไม่เกี่ยวข้องกับยา

โดยสรุป การใช้ ISL + LEN รับประทานสัปดาห์ละครั้ง มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยดี ผลการศึกษานี้เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับทางเลือกการรับประทานยาต้านไวรัสแบบลดจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

งานประชุมสาขาโรคติดเชื้อที่น่าสนใจ ปี 2567

 

ISAAR2024

International Symposium on Antimicrobial Agents and Resistance & Annual Conference of the Korean Society for Antimicrobial Therapy (ISAAR & KSAT)  |  8 – 10 April 2024, Seoul, South Korea

 

ECCMID2024

European Congress of Clinical Microbiology and Infectious Diseases (ECCMID)  |  27 – 30 April 2024, Barcelona, Spain

 

siriraj-conf2024

Siriraj Infectious Disease Conference 2024 (SiID 2024)  |  25 – 26 May 2024, Bangkok, Thailand

 

ASM Microbe 2024ASM Microbe 2024  |  13 – 17 June 2024, Atlanta, USA

AIDS 2024

International AIDS Conference (AIDS)  |  22 – 26 July 2024, Munich, Germany

 

IDWeek 2024

IDWeek 2024  |  16 – 19 October 2024, Los Angeles, CA, USA

 

ICC-2024

International Congress of Antimicrobial Chemotherapy (ICC)  |  3 – 6 November 2024, Istanbul, Türkiye

 

ICID 2024

International Congress on Infectious Diseases (ICID)  |  3 – 6 December 2024, Cape Town, South Africa

 

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก