CIMjournal
banner ความดัน 2

ความดันโลหิตสูงที่ดื้อต่อการรักษา สามารถติดตามได้จากการวัดความดันที่บ้าน


งานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นแนะนำว่า การติดตามการรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่ดื้อต่อการรักษา(
Treatment-resistant hypertension, TRH) ควรใช้การวัดความดันโลหิตขณะอยู่ที่บ้าน (Home blood pressure monitoring, HBPM)  ในการวินิจฉัย และติดตามการรักษา เพื่อตัดปัจจัยกวนอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงขณะมาโรงพยาบาล และค่าที่วัดยังสอดคล้องกับความเสี่ยงในการเกิดโรคทางหลอดเลือดอีกด้วย

ภาวะความดันโลหิตสูงที่ดื้อต่อการรักษา (Treatment-resistant hypertension, TRH) หมายถึง ภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ แม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับยาควบคุมความดันที่เหมาะสมแล้วอย่างน้อย 3 ชนิด ซึ่งรวมถึงยาขับปัสสาวะด้วย ภาวะนี้พบได้ 5 – 30% และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลอดเลือดสมอง ไตวาย และเสียชีวิต 2 – 6 เท่า กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่อายุมาก ภาวะอ้วน โรคไตเสื่อม รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ และผู้ป่วยเบาหวาน

Keisuke Narita และทีมงานวิจัยในประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการศึกษามีผู้เข้าร่วม 4,261 ราย โดยให้วัดความดันโลหิตเองที่บ้าน วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ และติดตามภาวะ CVD เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ การผ่าหลอดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว ต่อไปอีกโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 6.2 ปี พบว่า ผู้ป่วยมีความดันโลหิตที่บ้านสูงเกินกว่า 135/85 mmHg จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดมากขึ้นถึง 1.72 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ดื้อต่อการรักษา และเมื่อขยับเกณฑ์ความดันโลหิตลงมาเป็น 130/75 mmHg ก็ยังได้ผลไปในแนวทางเดียวกัน คือ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเกินกว่านี้ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือด 1.65 เท่า

การศึกษานี้แนะนำว่า การวินิจฉัยและการติดตามการรักษาภาวะความดันโลหิตสูงที่ดื้อต่อการรักษานั้น ควรจะใช้ความดันโลหิตที่ผู้ป่วยวัดเองที่บ้าน เนื่องจากความดันที่บ้านมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่จะต้องเฝ้าระวังในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทุกราย ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

 

ข้อมูลจาก

  1. https://specialty.mims.com/topic/treatment-resistant-hypertension-can-be-monitored-using-home-bp
  2. https://www.nature.com/articles/s41440-021-00757-4?utm_source=hr_etoc&utm_medium=email&utm_campaign=toc_41440_45_1&utm_content=20220118

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก