การพัฒนาทางเทคโนโลยีส่งผลต่อทางเลือกการรักษาที่หลากหลาย รวมไปถึงการรักษาผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก มีการพัฒนายาชนิดใหม่ ๆ การรักษาโคยผ่าตัดสมอง การกระตุ้นสมองด้วยเทคนิคต่าง ๆ การใช้ ketogenic diet เข้ามาช่วยในการรักษาและควบคุมอาการโรคลมชักได้อีกด้วย
โรคลมชักในเด็ก มีการจำแนกลักษณะการชักตามนิยามของ ILAE เพื่อให้ทราบถึงชนิดของการชัก การวินิจฉัยกลุ่มโรคลมชัก (Epilepsy Syndrome) การค้นหาสาเหตุและการรักษาของโรคลมชักแต่ละประเภท ปัจจุบันการรักษาหลักของโรคลมชักในเด็ก คือการใช้ยากันชักชนิดรับประทาน แต่มีผู้ป่วยเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องใช้ยามากกว่า 2 ชนิดแต่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคลมชักได้ กลุ่มนี้เรียกว่า Drug Resistant Epilepsy ทำให้เสี่ยงกับผลข้างเคียงจากยาหลายชนิด การเกิดอุบัติเหตุเมื่อไม่รู้สึกตัวขณะมีอาการชัก พัฒนาการล่าช้า และมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ทีมแพทย์จาก Mayo Clinic ได้ศึกษาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักหลากหลายวิธี
- การผ่าตัด Corpus callosotomy เป็นการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยโรคลมชักชนิด drop seizure มักจะทำให้ไม่รู้สึกตัวและล้มลงไปได้บ่อยครั้ง โดยการผ่าตัดนี้เป็นการตัดการเชื่อมต่อของสมองทั้งฝั่งซ้ายและขวา ทำให้หยุดอาการชักดังกล่าวได้
- การผ่าตัด Hemispherectomy สำหรับผู้ป่วยที่มีจุดกำเนิดของคลื่นชักในสมองหลายจุดในสมองซีกเดียว หากตัดการเชื่อมต่อที่ผิดปกตินั้นได้ ก็จะสามารถทำให้สมองอีกซีกทำงานได้ปกติและหยุดการชักได้
- Vagus nerve stimulation เป็นการส่งสัญญาณกระแสไฟฟ้าขนาดต่ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอผ่านทางเส้นประสาท vagus โดยอุปกรณ์ส่งสัญญาณจะถูกฝังอยู่ภายใต้ผิวหนังของผู้ป่วยบริเวณหน้าอกและจะต่อเข้ากับขดลวดนำกระแสไฟฟ้าที่พันรอบเส้นประสาท vagus
- Responsive neurotranstimulation ใช้เครื่องมือวัดคลื่นไฟฟ้าสมองและจะตอบสนองต่อคลื่นไฟฟ้าที่มีลักษณะคล้ายคลื่นชัก ซึ่งจะช่วยหยุดการคลื่นชักตั้งแต่ในสมองก่อนที่ผู้ป่วยจะแสดงอาการชักออกมา
- Deep brain stimulation เป็นการใช้เครื่องมือส่งการควบคุมโดยตรงไปยังสมองส่วนที่อยู่ในวงจรกำเนิดคลื่นชัก
- Chronic subthreshold cortical stimulation ผู้ป่วยบางรายที่อุปกรณ์ข้างต้นไม่สามารถจับสัญญาณคลื่นชักได้ทันท่วงที จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ ซึ่งเป็นการส่งกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณสมองส่วนที่มีจุดกำเนิดคลื่นชักเพื่อหยุดยั้งการส่งคลื่นชักในสมอง
- Transcranial magnetic stimulation วิธีนี้ใช้การส่งคลื่นกระแสต่ำ เพื่อปรับการทำงานของกระแสประสาท (neuronal activity) และความยืดหยุ่นของสมอง (neuroplasticity)
ในส่วนของกลุ่มโรคลมชักที่ที่พบได้น้อยแต่อาการรุนแรง เช่น Dravet syndrome พบว่า ตอบสนองได้ดีต่อการใช้ยา stiripentol และ cannabidiol และกำลังมีการศึกษาเกี่ยวกับการทำ gene therapy ชนิด STK-001 ซึ่งช่วยทั้งรักษาการชักและป้องกันภาวะถดถอยของสมองในผู้ป่วยเหล่านี้ได้อีกด้วย กลุ่มโรค Lennox Gastaut syndrome ก็ตอบสนองต่อการรักษาด้วย cannabidiol เช่นกัน และ กลุ่มโรคลมชักที่เกิดจากภาวะ CDKL5-defidiency disorder กำลังการศึกษาผลการรักษาด้วย neurosteroid ganaxolone สุดท้ายนี้ปัจจัยทางอาหารเกี่ยวกับ ketogenic diet ก็เป็นที่ยอมรับในการใช้ร่วมรักษาผู้ป่วยโรคลมชักได้อีกด้วย
กลุ่มโรคลมชักในเด็ก หลายชนิดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยสห-สาขาวิชาชีพ ยิ่งไปกว่านั้นทางเลือกเทคโนโลยีที่หลากหลายยังเป็นหนทางให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อีกด้วย
เรียบเรียงโดย พญ. พนิดา วิจารณ์
ข้อมูลจาก https://www.mayoclinic.org/medical-professionals/neurology-neurosurgery

