กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำชับเข้มมาตรการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยเน้น 4 ด้าน ได้แก่ การให้ความรู้ การลดผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดบริการแพทย์เฉพาะทาง และการบริหารสถานการณ์ผ่านศูนย์ PHEOC พร้อมเตรียมห้องปลอดฝุ่นกว่า 20,000 ห้อง และจัดหามุ้งสู้ฝุ่น 5,000 หลัง เพื่อปกป้องกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เฝ้าระวังทั่วประเทศในช่วงฤดูกาลที่ค่าฝุ่นสูง
20 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัด สธ. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขต่อสถานการณ์หมอกควันและ PM2.5 ปี 2569 โดยระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจ แม้ปี 2569 คาดว่าสถานการณ์รุนแรงลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันตก-ตะวันออก และภาคเหนือ-อีสานในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีแนวโน้มค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นระยะ
นพ.วีรวุฒิ ระบุให้ดำเนินงานเข้มข้นใน 4 มาตรการ ได้แก่ (1) เพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ การสื่อสารความเสี่ยง และส่งเสริมองค์กรลดมลพิษ (2) ลดผลกระทบต่อสุขภาพ ด้วยระบบเฝ้าระวังแบบ DDS การแจ้งเตือนตามระดับความรุนแรงของค่าฝุ่น และขยายห้องปลอดฝุ่นอย่างกว้างขวางรวมถึงจัดมุ้งสู้ฝุ่นให้ผู้ป่วยติดเตียง (3) จัดบริการแพทย์เฉพาะทาง เปิดคลินิกมลพิษอย่างน้อยจังหวัดละ 2 แห่ง พร้อมสำรองหน้ากากอนามัย และ (4) เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการ โดยกำหนดให้จังหวัดพื้นที่เสี่ยงเปิดศูนย์ PHEOC ทันทีเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการตอบสนองสถานการณ์อย่างเป็นระบบและทันท่วงที
แหล่งที่มา: https://pr.moph.go.th//online/index/news/331026

