กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นชอบให้ศึกษาความเหมาะสมในการกำหนด ‘โรคไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย หลังพบว่าเป็นโรคจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงและอัตราป่วยตายสูง พร้อมเดินหน้าเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และพัฒนาระบบวัคซีนสำคัญช่วงปี 2569-2571 และขยายด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอีก 3 แห่ง ยกระดับความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ แม้ปัจจุบันไทยยังไม่พบการระบาดและประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ
8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุมเห็นชอบ 4 ประเด็น คือ แนวทางรองรับสถานการณ์ไวรัสฮันตา, การแต่งตั้งคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 8 คน, นโยบายการขับเคลื่อนวัคซีนลำดับความสำคัญสูงสุด (First Priority) ปี 2569-2571 และการจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม 3 ด่านในจังหวัดบึงกาฬ อุบลราชธานี และเลย
นพ.มณเฑียรอธิบายว่า โรคไวรัสฮันตาเกิดจากเชื้อ Hantavirus ซึ่งมีสัตว์ฟันแทะ อาทิ หนู เป็นพาหะ ติดต่อผ่านการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่พบได้น้อย โรคแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ทำให้ไตวายและเลือดออก และกลุ่มที่ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งมีอัตราป่วยตาย 20-40% ขณะเดียวกัน สธ. ยังติดตามสถานการณ์โรคสำคัญอีก 6 โรค ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ หัด ไวรัสตับอักเสบเอ ซิฟิลิส ไข้หูดับ และโรคไข้ดิน
แหล่งที่มา: https://pr.moph.go.th//online/index/news/340632

