CIMjournal

ล้มครั้งเดียว อาจเดินไม่ได้! เจาะทางรอด “กระดูกสะโพกหัก” ถึงขั้นเปลี่ยนข้อเทียม

 

กระดูกสะโพกหัก ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เพราะอาจกระทบต่อการยืน เดิน และการใช้ชีวิตประจำวัน หากต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ทั้งกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปอดติดเชื้อ แผลกดทับ และลิ่มเลือดอุดตัน

รศ.พล.อ.ท. นพ.จำรูญเกียรติ ลีลเศรษฐพร แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ระบุว่า การรักษากระดูกสะโพกหักไม่มีวิธีเดียวที่ใช้กับผู้ป่วยทุกราย แพทย์ต้องประเมินเป็นรายบุคคล ทั้งตำแหน่งและลักษณะกระดูกที่หัก การเคลื่อนของกระดูก อายุ โรคประจำตัว คุณภาพกระดูก รวมถึงความสามารถในการเดินและการใช้ชีวิตก่อนเกิดอุบัติเหตุ

เปิด 3 ทางรักษา “กระดูกสะโพกหัก”
หากกระดูกหักไม่รุนแรง ไม่มีการเคลื่อนมาก หรือผู้ป่วยมีข้อจำกัดทางสุขภาพที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาแบบประคับประคอง ควบคุมอาการปวด และติดตามอาการร่วมกับการฟื้นฟูอย่างใกล้ชิด

แต่ในผู้ป่วยที่กระดูกหักจนไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเดินได้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกสำคัญ เพื่อเพิ่มความมั่นคง ลดอาการปวด และช่วยให้ผู้ป่วยเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

  1. ผ่าตัดยึดตรึงกระดูกด้วยโลหะ
    แพทย์อาจใช้สกรู แผ่นโลหะ หรืออุปกรณ์ยึดตรึงชนิดต่าง ๆ เพื่อจัดกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เหมาะกับกรณีที่ยังสามารถเก็บรักษากระดูกและข้อสะโพกเดิมไว้ได้ โดยมีเป้าหมายให้กระดูกเชื่อมติดและกลับมารับน้ำหนักได้
  2. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมบางส่วน
    หรือ Hemiarthroplasty เป็นการเปลี่ยนเฉพาะส่วนหัวกระดูกต้นขาที่เสียหาย โดยยังคงเบ้าสะโพกเดิมไว้ วิธีนี้อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่กระดูกคอสะโพกหัก ขณะที่เบ้าสะโพกยังอยู่ในสภาพเหมาะสม
  3. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมทั้งหมด หรือ Total Hip Arthroplasty (THA)
    เป็นการเปลี่ยนทั้งหัวกระดูกต้นขาและเบ้าสะโพก อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่ข้อสะโพกเสียหายมาก มีข้อสะโพกเสื่อมร่วมด้วย หรือมีลักษณะกระดูกหักที่ไม่เหมาะกับการยึดตรึง

แบบไหนเสี่ยง ต้อง “เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม”
หนึ่งในกรณีที่แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม คือผู้ป่วยที่มีกระดูกคอสะโพกหักและกระดูกเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม เนื่องจากการยึดกระดูกเดิมอาจไม่เหมาะสม และมีความเสี่ยงที่กระดูกจะไม่เชื่อมติด หรือเลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกสะโพกไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม การเลือกว่าจะเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่ได้ดูจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาสภาพเบ้าสะโพก โรคข้อสะโพกเดิม ระดับการเคลื่อนไหวก่อนเกิดอุบัติเหตุ คุณภาพกระดูก และสุขภาพโดยรวม

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “เปลี่ยนข้อ” แต่ต้องกลับมาเดิน
การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมีเป้าหมายสำคัญในการลดอาการปวด เพิ่มความมั่นคงของข้อ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น โดยต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่วมกับแพทย์และนักกายภาพบำบัด

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การนอนบนเตียงเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มความเสี่ยงแผลกดทับ ปอดติดเชื้อ ลิ่มเลือดอุดตัน และทำให้ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดลง

ปัจจุบันการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมีการพัฒนาทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด การวางตำแหน่งข้อเทียม วัสดุที่ใช้ การควบคุมความเจ็บปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยหลายรายสามารถเริ่มเคลื่อนไหวและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

หลังผ่าตัด ต้องระวัง “หกล้มซ้ำ”
หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟูตามความเหมาะสม ตั้งแต่การพลิกตัว ลุกนั่ง ยืน เดิน ไปจนถึงการใช้เครื่องช่วยเดินและบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพก

ครอบครัวควรช่วยป้องกันการหกล้มซ้ำ โดยจัดบ้านให้มีแสงสว่างเพียงพอ เก็บสิ่งของและสายไฟที่กีดขวางทางเดิน หลีกเลี่ยงพื้นลื่นหรือต่างระดับ ติดราวจับในห้องน้ำ และเลือกรองเท้าที่กระชับและไม่ลื่น

สำหรับผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม ควรได้รับการประเมินภาวะกระดูกพรุนเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ากระดูกมีความเปราะบาง และเพิ่มความเสี่ยงต่อกระดูกหักซ้ำในอนาคต

ล้มแล้วปวดสะโพก อย่าฝืนเดิน
หากล้มแล้วมีอาการปวดสะโพกหรือขาหนีบรุนแรง ไม่สามารถลุกยืน ลงน้ำหนัก หรือเดินได้ หรือพบว่าขาข้างที่บาดเจ็บสั้นลงหรือหมุนผิดปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมิน สิ่งสำคัญคือไม่ควรดึง ดัด หรือฝืนให้ผู้ป่วยเดิน เพราะอาจทำให้การบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

การรักษากระดูกสะโพกหักจึงต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การรักษาแบบประคับประคอง การผ่าตัดยึดตรึงกระดูก ไปจนถึงการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมที่สุด

 

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก