นพ. จิรวัฒน์ เชี่ยวเฉลิมศรี
อายุรแพทย์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โดย สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
เพจ : สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
ปัจจุบัน “Asthma Remission” หรือ “ภาวะโรคหืดสงบ” กำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคหืดในยุคปัจจุบัน โดยไม่ใช่เพียงการควบคุมอาการ แต่เป็นการมุ่งสู่ภาวะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ ไม่มีการกำเริบ ไม่ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน และมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงคนปกติ
Asthma remission หมายถึง ภาวะที่ผู้ป่วยโรคหืดไม่มีอาการ ไม่มีการกำเริบ ไม่ต้องใช้ systemic corticosteroids และมีสมรรถภาพปอดคงที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 12 เดือน โดยอาจยังได้รับยาควบคุมโรคอยู่ (Clinical Remission on Treatment)
เกณฑ์ Clinical Remission
- ACT ≥ 20 หรือ ACQ < 0.75
- ไม่มี asthma exacerbation
- ไม่ต้องใช้ systemic corticosteroids
- FEV₁ ≥ 80% predicted และสมรรถภาพปอดคงที่
- คงอยู่ต่อเนื่อง ≥ 12 เดือน
6 ขั้นตอนสู่ภาวะโรคหืดสงบ
- STEP 1: Confirm Diagnosis & Assess Severity
เริ่มต้นจากการยืนยันการวินิจฉัยโรคหืดอย่างถูกต้อง โดยอาศัยประวัติ อาการทางคลินิก และการตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry with bronchodilator test) พร้อมทั้งประเมิน phenotype, endotype และระดับความรุนแรงของโรคตามแนวทาง GINA
เป้าหมาย: ยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม -
STEP 2: Optimize Basic Asthma Care
การรักษาพื้นฐานที่ถูกต้องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคหืด- ใช้ ICS-containing therapy ตามแนวทาง GINA
- ประเมิน inhaler technique ทุกครั้ง
- ส่งเสริม adherence
- หลีกเลี่ยงการใช้ SABA มากเกินไป
- ติดตามอาการและ ACT score อย่างสม่ำเสมอ
- เป้าหมาย: ควบคุมอาการและลดการกำเริบของโรค
-
STEP 3: Identify and Treat Treatable Traits
ผู้ป่วยจำนวนมากยังควบคุมโรคได้ไม่ดีเนื่องจากมีปัจจัยร่วมที่สามารถรักษาได้ (Treatable Traits) ตัวอย่างที่พบบ่อย- Upper airway disease ได้แก่ Allergic rhinitis, Chronic rhinosinusitis, Nasal polyps
- Comorbidities: Obesity, Obstructive sleep apnea, GERD, Anxiety / Depression
- Environmental factors: Smoking, E-cigarette, Air pollution, Allergen exposure
- เป้าหมาย: กำจัดปัจจัยที่ขัดขวางการเข้าสู่ภาวะ remission
-
STEP 4: Monitor Airway Inflammation, Lung Function and Airway Hyperresponsiveness
การติดตามเฉพาะอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรประเมินร่วมกับ- Biomarkers
- Blood eosinophils
- Fractional exhaled nitric oxide (FeNO)
- Sputum eosinophils (ถ้ามี)
- Lung Function / Airway Hyperresponsiveness
- Spirometry
- Peak flow
- Impulse Oscillometry (IOS)
- Bronchoprovocation testing
- Biomarkers
- เป้าหมาย: ลดการอักเสบของหลอดลม รักษาสมรรถภาพปอด และลดความไวเกินของทางเดินหายใจ
-
STEP 5: Precision Medicine & Disease Modification
แนวคิดสำคัญของโรคหืดในปัจจุบัน คือการเลือกการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine)- Allergic Asthma: เป็นการรักษาที่ทำให้เกิด Disease Modification โดยขึ้นกับชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่ sensitized รายบุคคล แนะนำให้เริ่มรักษาในช่วงที่โรคหืดเริ่มคุมอาการได้ หรือ สมรรถภาพปอดชนิด FEV1 ร้อยละ 70 ขึ้นไป วิธีการได้แก่
- SCIT (Subcutaneous Allergen Immunotherapy)
- SLIT (Sublingual Allergen Immunotherapy)
- หลักฐานสำคัญ: PAT Study, GAP Study, MITRA Trial
- Severe Asthma: พิจารณาการใช้ Biologic therapy ควรเลือกตาม phenotype, biomarkers และโรคร่วมดังตาราง ซึ่ง Biologics แต่ละชนิดจะมี predictor of response ต่างกัน และประโยชน์ต่อโรคร่วมต่างกัน ตัวอย่าง Biologics ในปัจจุบัน Omalizumab, Mepolizumab, Benralizumab, Dupilumab, Tezepelumab
- Allergic Asthma: เป็นการรักษาที่ทำให้เกิด Disease Modification โดยขึ้นกับชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่ sensitized รายบุคคล แนะนำให้เริ่มรักษาในช่วงที่โรคหืดเริ่มคุมอาการได้ หรือ สมรรถภาพปอดชนิด FEV1 ร้อยละ 70 ขึ้นไป วิธีการได้แก่
- เป้าหมาย: เพิ่มโอกาสการเข้าสู่ Clinical Remission และลดการพึ่งพา Oral Corticosteroids
- STEP 6: Lifestyle Modification & Long-term Follow-up
การดูแลระยะยาวมีบทบาทสำคัญต่อการคงสภาพ remission เช่น Weight management, Regular exercise, Adequate sleep, Smoking cessation, Environmental control
ติดตามทุก 3 – 6 เดือน: ACT score, Exacerbation, OCS use, Lung function, Biomarkers, Quality of life
เป้าหมาย: รักษาภาวะ remission ให้ยาวนานที่สุด
TAKE-HOME MESSAGE
“Treat the whole airway, not just the asthma.”
การเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะแรก ควบคู่กับการจัดการ Treatable Traits การติดตาม biomarkers การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้ Precision Medicine อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะ Asthma Remission ได้มากขึ้น
- Global Initiative for Asthma (GINA). Global Strategy for Asthma Management and Prevention 2026.
- Chiewchalermsri C, Kanjanawasee D, Saiphoklang N, et al. Asthma remission: A path to cure? Asian Pac J Allergy Immunol. 2025;43(2):135–150.


