งานวิจัย PANTHER trial พบว่า การใช้ยา P2Y12 inhibitor เพียงชนิดเดียว (monotherapy) ในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease: CAD) ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์หลอดเลือดตีบตัน (ischemic events) โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction: MI) เมื่อเปรียบเทียบกับยา aspirin ในขณะเดียวกันไม่พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น
ยา aspirin เป็นยาต้านเกล็ดเลือด (antiplatelet) ที่เป็นยาหลักในการรักษาโรค CAD ที่ใช้กันมายาวนานจนถึงปัจจุบันตามแนวทางเวชปฏิบัติ ส่วนยา P2Y12 inhibitor เช่น clopidogrel และ ticagrelor เป็นยาที่ให้เสริมเข้าไปคู่กับ aspirin ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute coronary syndrome) และผู้ป่วยที่ได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนหรือขดลวด (percutaneous coronary intervention: PCI) อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของยา P2Y12 inhibitor แบบ monotherapy ยังไม่มีข้อมูลเป็นที่แน่ชัดในการรักษาผู้ป่วยที่มี CAD
นายแพทย์ Marco Valgimigli และคณะ จาก Cardiocentro Ticno Foundation เมือง Lugano ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเสนอข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นนี้ที่งาน European Society of Cardiology (ESC) Congress 2022จัดที่เมือง Barcelona ประเทศสเปน งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบ meta-analysis ที่รวบรวมงานวิจัยชนิด randomized trials ที่ทำการเปรียบเทียบระหว่าง P2Y12 inhibitor monotherapy และ aspirin monotherapy ในการป้องกันแบบ secondary prevention ต่อการเกิด ischemic events งานวิจัยเหล่านั้น ได้แก่ CAPRIE, HOST-EXAM, GLASSY, TICAB, DACAB, ASCET และ CADET trials มีผู้ป่วยทั้งสิ้นกว่าสองหมื่นราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ P2Y12 inhibitor (ในกลุ่มนี้ได้รับ clopidogrel ร้อยละ 62 และ ticagrelor ร้อยละ 38) และอีกกลุ่มได้รับ aspirin และติดตามไประยะเวลาประมาณ 1.5 ปี ผลงานวิจัยพบว่า relative risk ของ primary composite endpoint ได้แก่ การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular death) โรค myocardial infarction และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ในผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยา P2Y12 inhibitor มีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 12) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยา aspirin ซึ่งผลส่วนใหญ่เป็นจาก myocardial infarction ที่ลดลง นอกจากนี้ความเสี่ยงต่อการเกิด stent thrombosis ในผู้ป่วยที่เคยได้รับการทำ PCI ในกลุ่ม P2Y12 inhibitor ยังลดลงมากกว่าร้อยละ 50 อีกด้วย ในแง่ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกโดยรวมทั้งสองกลุ่มพบว่าไม่แตกต่างกัน แต่ในกลุ่มที่ได้รับ P2Y12 inhibitor มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในสมอง (hemorrhagic stroke) และการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร (gastrointestinal bleeding) ที่ลดลงกว่าอีกกลุ่มอย่างชัดเจน
งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลที่สำคัญในการนำไปประยุกต์ใช้ในทางคลินิก โดย P2Y12 inhibitor แบบ monotherapy อาจพิจารณาเป็นทางเลือกใหม่และเป็นยาตัวแรกที่สามารถเลือกใช้ในการรักษา CAD แทนยา aspirin อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ไม่มากนัก (64 ปี) ซึ่งอาจเป็นอคติในการเลือกผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกไม่มากเข้ามา รวมถึงไม่สามารถนำผลจากงานวิจัยนี้ไปใช้กับ P2Y12 inhibitor ตัวอื่นได้
เรียบเรียงโดย พญ. พันธพันธุ์ สุรียะธนาภาส
ข้อมูลจาก https://www.medscape.com/viewarticle/980117

