ISCHEMIA-CKD EXTEND trial พบว่า initial invasive strategy ไม่ช่วยเพิ่มอัตรารอดชีวิต (survival) ของผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังระยะท้าย (advanced chronic kidney disease: CKD) ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ (stable coronary disease) หลังจากติดตามเป็นระยะเวลา 5 ปี
ข้อมูลการศึกษาของงานวิจัย ISCHEMIA-CKD trial ที่ตีพิมพ์ออกมาก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 2020 ยังไม่พบประโยชน์ของ initial invasive strategy ซึ่งประกอบด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (coronary angiography) และการทำ revascularization (การเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน) เพิ่มเติมจากการรักษาด้วยยา ทั้งในแง่การรอดชีวิตหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิด non-fatal myocardial infarction หลังจากติดตามเป็นระยะเวลา 2.2 ปี ในผู้ป่วย stable CAD ที่มี advanced chronic kidney disease เมื่อเปรียบเทียบกับ initial conservative strategy ซึ่งเป็นการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ยกเว้นกรณียาไม่ได้ผลจึงไปทำ coronary angiography งานวิจัย ISCHEMIA-CKD EXTEND จึงเป็นงานวิจัยต่อเนื่องจาก ISCHEMIA และ ISCHEMIA-CKD trial โดยติดตามผู้ป่วยต่อเป็นระยะเวลารวม 5 ปี
ISCHEMIA-CKD EXTEND trial เป็นงานวิจัยที่นำโดย Dr. Sripal Bangalore และคณะจาก New York University Grossman School of Medicine เมือง New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาในผู้ป่วย advanced CKD และ stable CAD ที่มี moderate หรือ severe ischemia จาก stress testing จำนวน 777 ราย แบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย initial invasive strategy และอีกกลุ่มได้รับ initial conservative strategy ผลลัพธ์ของการศึกษาที่เป็น primary outcome คือ composite outcome of death หรือ nonfatal myocardial infarction (โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่ไม่ร้ายแรง) ผลลัพธ์การศึกษาที่ระยะเวลา 5 ปี พบว่า มีอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (all-cause mortality) สูงถึงร้อยละ 40.6 และ 37.4 ในกลุ่ม initial invasive strategy และ initial conservative strategy ตามลำดับ (p-value = 0.32) ส่วนอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular mortality) สูงถึงร้อยละ 29 และ 27 ในกลุ่ม initial invasive strategy และ initial conservative strategy ตามลำดับ (p-value = 0.75) ซึ่งพบว่าไม่แตกต่างกันในทั้งสองกลุ่ม
ข้อสรุปจาก ISCHEMIA-CKD EXTEND trial แสดงให้เห็นว่า การทำ routine revascularization ในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ประโยชน์มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยยา แต่ทำให้ได้ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงหรือในผู้ป่วย CKD ที่ควรมุ่งเน้น conservative strategy โดยการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและให้ยาอย่างเต็มที่แก่ผู้ป่วย และต้องตระหนักกว่าผลการศึกษานี้จะสามารถนำไปใช้ได้กับเฉพาะผู้ป่วยที่มีลักษณะพื้นฐานใกล้เคียงกับในการศึกษา ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute coronary syndrome), ผู้ป่วยที่มีอาการมากหรือผู้ป่วยที่มีค่าการบีบตัวของหัวใจต่ำกว่า 35% ยังคงได้รับประโยชน์จากการทำ invasive strategy
- https://www.medscape.com/viewarticle/980126
- Bangalore S, Maron DJ, O’Brien SM, Fleg JL, Kretov EI, Briguori C, Kaul U, Reynolds HR, Mazurek T, Sidhu MS, Berger JS, Mathew RO, Bockeria O, Broderick S, Pracon R, Herzog CA, Huang Z, Stone GW, Boden WE, Newman JD, Ali ZA, Mark DB, Spertus JA, Alexander KP, Chaitman BR, Chertow GM, Hochman JS; ISCHEMIA-CKD Research Group. Management of Coronary Disease in Patients with Advanced Kidney Disease. N Engl J Med. 2020 Apr 23;382(17):1608-1618. doi: 10.1056/NEJMoa1915925.

