CIMjournal
banner oral

Thai DE ready use: การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยเบาหวาน

 

ทพญ. ธนพร ทองจูดทพญ. ธนพร ทองจูด
หัวหน้างานทันตกรรมในผู้ป่วยซับซ้อน
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

สมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน : https://thaide.org/
วารสารแสงเทียน The Diabetes Educator Newsletter :
https://thaide.org/wp-content/uploads/2024/03/Diabetes_Vol26-No1.pdf

 

การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาสำหรับมนุษย์ทุกคน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การจะทำให้เกิดขึ้นได้นั้นเป็นผลสืบเนื่องจากการดูแลให้อวัยวะทุกส่วนในร่างกาย รวมทั้งจิตใจ สามารถทำหน้าที่สอดประสานกันได้อย่างเป็นปกติ โดยไม่อาจแบ่งแยกออกเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งได้ ดังนั้น ในฐานะที่ช่องปากก็เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย การรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีก็ย่อมเป็นการส่งเสริมให้มีสุขภาพกายและใจดีด้วย

เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน เรามักจะคิดถึงการมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ภาวะเบาหวานขึ้นตา แผลเรื้อรังจากเบาหวาน เป็นต้น โดยหารู้ไม่ว่าปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวานอย่างแยกไม่ออกเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การเกิดโรคเบาหวานมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดกระบวนการอักเสบเรื้อรังของร่างกาย รวมทั้งยังทำให้เม็ดเลือดขาวอ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อวิเคราะห์รายละเอียดแล้ว พบว่าเป็นสาเหตุเดียวกับการเกิดโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบ (Gingivitis or Periodontitis) ดังนั้นจึงพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมักมีปัญหาโรคดังกล่าวร่วมด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นถ้าไม่สามารถควบคุมโรคเบาหวานได้ผู้ป่วยจึงมักจะเป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบที่ลุกลามรุนแรงขึ้น และในทางกลับกันหากควบคุมโรคในช่องปากเหล่านี้ไม่ได้ผู้ป่วยมักจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเช่นเดียวกัน

โรคเหงือกอักเสบ คือภาวะที่มีการอักเสบบวมแดง หรือมีเลือดออกจากเหงือกมักจะเกิดที่บริเวณรอยต่อของเหงือกและฟัน โดยมีสาเหตุจากคราบจุลินทรีย์ หรือคราบหินปูน ซึ่งก็คือคราบเชื้อโรคที่เกาะติดที่บริเวณผิวฟัน กระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้น และหากปล่อยให้มีการอักเสบลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อรอบ ๆ ฟันหรือกระดูกรอบ ๆ ฟันมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดฟันโยก และสูญเสียฟันไปในที่สุด โดยการรักษาโรคเหงือกอักเสบสามารถทำได้ด้วยการทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธี และการพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน ซึ่งภายหลังจากการรักษา สุขภาพเหงือกและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ฟัน จะสามารถฟื้นฟูคืนมาเป็นปกติหรือใกล้เคียงกับปกติได้ แต่หากไม่ได้รักษาโรคเหงือกอักเสบได้อย่างทันท่วงทีก็จะทำให้โรคลุกลามกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบซึ่งรักษาได้ยากกว่ามาก เนื่องจากทันตแพทย์ จะต้องขูดหินปูนและเกลารากฟันในระดับที่ลึก และที่สำคัญคือ ภายหลังการรักษาก็ไม่สามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อรอบ ๆ ฟันให้กลับมาดีเหมือนเดิม เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลายไปแล้ว ไม่สามารถสร้างทดแทนได้ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดที่ทำให้ไม่เกิดโรคปริทันต์ คือการป้องกันการเกิดโรคโดยการทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี และพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

โรคในช่องปากอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อย ๆ ในผู้ป่วยเบาหวาน ก็คือ โรคฟันผุ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเกิดโรคเบาหวาน เช่น เดียวกับโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์อักเสบ แต่ก็มีความสำคัญในแง่ที่เป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อในช่องปาก ซึ่งอาจจะลุกลามรุนแรงขึ้น ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ทำให้รักษาได้ยากและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ฟันผุเกิดจากการที่เชื้อโรคในคราบจุลินทรีย์ ย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลแล้วเกิดผลพลอยได้ คือ กรดแลคติก (Lactic acid) ซึ่งสามารถกัดกร่อนผิวฟัน (Enamel) ให้เป็นรูได้ เมื่อเกิดฟันผุแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อโรคและกรดจะลุกลามเข้าไปทำลายเนื้อฟันจนทะลุโพรงประสาทฟัน จนทะลุออกไปที่ปลายรากฟัน ทำให้การติดเชื้อลุกลามไปที่บริเวณใบหน้าศีรษะและลำคอ หรืออาจจะแผ่ขยายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้

จะเห็นได้ว่าช่องปากของคนเรา เป็นช่องทางที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ทั้งนี้เนื่องจากในช่องปากมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณเหงือก ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดโรคเหงือกอักเสบหรือปริทันต์อักเสบ ที่ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กที่มองแทบไม่เห็นไปทั่วทั้งช่องปาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่เชื้อโรคจะผ่านเข้าไปยังอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายผ่านทางแผลเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อที่อวัยวะอื่น ๆ โดยที่เราไม่คาดคิด และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มหัวใจจากเชื้อในช่องปาก เป็นต้น ดังนั้น จึงควรใส่ใจในการดูแลสุขภาพช่องปากอยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพช่องปากเริ่มได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี ประกอบด้วย การแปรงฟัน และการทำความสะอาดซอกฟันด้วยอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้แก่ ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน เป็นต้น ซึ่งการแปรงฟันมีหลากหลายวิธี แต่ในที่นี้จะแนะนำวิธีแปรงฟันแบบขยับปัด หรือ Modify bass technique ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเลือกแปรงสีฟันในการทำความสะอาดด้วย วิธีนี้ ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีหน้าตัดตรง ขนแปรงไม่อ่อนหรือแข็งจนเกินไป มีความยืดหยุ่นดี ขนาดแปรงพอเหมาะกับขนาดของช่องปาก หากปลายขนแปรงมีความเรียวเล็กจะสามารถแทรกเข้าไปในทำความสะอาดร่องเหงือกได้ดีกว่า

การแปรงฟันแบบขยับปัดทำได้โดยวางแปรงสีฟันเอียงเข้าหาคอฟัน 45 องศา ตรงรอยต่อระหว่างคอฟันเอียงเข้าหาคอฟัน 45 องศา ตรงรอยต่อระหว่างคอฟันและขอบเหงือก ขยับขนแปรงสั้น ๆ ในแนวหน้า-หลัง 4 – 5 ครั้ง จากนั้นปัดขนแปรงลงในฟันบน และปัดขนแปรงขึ้นในฟันล่าง ทำซ้ำ ๆ ประมาณ 8 – 10 รอบ จากนั้น จึงขยับเลื่อนไปแปรงบริเวณฟันที่ติดกัน โดยวางขนแปรงคร่อมบริเวณเดิมเล็กน้อย เมื่อแปรงครบทั้งด้านที่ชิดริมฝีปาก และด้านเพดานปาก หรือด้านลิ้นแล้วจึงแปรงฟันด้านบดเคี้ยว โดยการถูไปมาบนหน้าตัดฟัน จากนั้นปิดท้ายด้วยการแปรงลิ้น โดยการวางแปรงสีฟันตั้งฉากกับลิ้น และปัดออกมาเบา ๆ 4 – 5 ครั้ง

Diabetes oral health

  1. วางแปรงเอียง 45 องศา กับผิวฟันตรงรอยต่อระหว่างคอฟันและขอบเหงือก
  2. ขยับขนแปรงสั้น ๆ ในแนวหน้า-หลัง 4 – 5 ครั้ง แล้วปัดขนแปรงลงในฟันบน และปัดขนแปรงขึ้นในฟันล่าง
  3. แปรงให้ทั่วทุกที่ในช่องปากทั้งด้านที่ชิดและลิ้น และชิดกับริมฝีปากหรือกระพุ้งแก้ม
  4. ตั้งแปรง เพื่อแปรงด้านหลังของฟันหน้าบน
  5. ตั้งแปรง เพื่อแปรงด้านหลังของฟันหน้าล่าง
  6. แปรงด้านบดเคี้ยง ในแนวหน้า-หลัง

การทำความสะอาดซอกฟันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะนอกจากช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันได้แล้ว ยังช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ที่ก่อตัวอยู่ตามซอกฟันออกมาด้วย ซึ่งการใช้ไหมขัดฟันสามารถทำได้โดยดึงไหมขัดฟันออกมา ให้มีความยาวประมาณ 1 ฟุต – 1 ฟุตครึ่ง แล้วพันไหมรอบนิ้วกลาง ทั้งสองด้านตามความถนัด โดยให้เหลือช่วงกลางประมาณ 1 – 2 นิ้ว จากนั้นจึงใช้นิ้วที่พันไหมอยู่ พยายามขยับไหมเข้าไปในซอกฟัน และเมื่อไหมเข้าไปในซอกฟันได้แล้ว ให้ทำความสะอาดผิวฟันในลักษณะโอบรอบฟัน พร้อมทั้งขยับไหมขึ้นลงเบา ๆ ด้วย ควรทำให้ครบทุกซี่ แต่ต้องระวังการใช้แรงที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้ไหมขัดฟันบาดเหงือกได้

อย่างไรก็ตามการใช้ไหมขัดฟันก็เป็นเรื่องยากสำหรับบางคน เพราะจับไหมได้ไม่ถนัดมือ ซึ่งอาจแก้ไขได้ด้วยการเลือกใช้ไหมขัดฟันแบบที่มีด้ามจับได้ โดยจับด้ามให้แน่น และใช้เทคนิคในการขัดเหมือนกับการใช้ไหมขัดฟันธรรมดา หรือหากระหว่างซี่ฟันมีช่องว่าง ก็สามารถเลือกใช้แปรงซอกฟัน ที่มีลักษณะคล้ายกับแปรงล้างขวดขนาดเล็ก ที่มีให้เลือกหลายขนาด ขึ้นอยู่กับขนาดของช่องว่างระหว่างซี่ฟัน ซึ่งการใช้งานทำได้ง่าย ๆ โดยสอดเข้าไประหว่างซอกฟันแล้วดันเข้าออกเพื่อให้ขนแปรงสัมผัสกับผิวฟันทำให้คราบจุลินทรีย์ถูกกำจัดออกไปได้

การเลือกยาสีฟันก็มีความสำคัญไม่แพ้วิธีการแปรงฟัน ซึ่งยาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ ควรมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เนื่องจากฟลูออไรด์มีคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุได้ ทำให้ผิวฟันแข็งขึ้น และยังสามารถคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟันได้อีกด้วย โดยความเข้มข้นของฟลูออไรด์ที่แนะนำในยาสีฟันคือ ประมาณ 1,000 – 1,500 ppm ซึ่งสามารถดูได้ที่ฉลากส่วนผสมข้างกล่องยาสีฟัน จะมีคำว่า “Sodium Fluoride” หรือ “Sodium Monofluorophosphate” เป็นต้น นอกจากนี้เนื้อสัมผัสของยาสีฟันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเนื้อสัมผัสที่แนะนำให้ใช้ จะมีลักษณะเป็นครีมหรือเจล ซึ่งจะมีความอ่อนโยนมากกว่ายาสีฟันที่มีส่วนผสมของเม็ดบีดส์ (Beads) หรือผลขัด ซึ่งเป็นสารจำพวกซิลิกา (Silica) แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) หรือพิวมิส (Pumice) เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าจะสามารถขัดเอาคราบสกปรกออกได้ดี แต่อาจจะทำให้ผิวฟันของเราสึกเร็วมากขึ้น ทำให้ในระยะยาวอาจเกิดอาการเสียวฟันได้ และนอกจากผงขัดที่กล่าวไปข้างต้น ในยาสีฟันอาจจะใส่สารสกัดอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ยาฆ่าเชื้อสารลดอาการเสียวฟัน เป็นต้น ดังนั้นจึงควรเลือกให้มีความลดอาการเสียวฟัน เป็นต้น ดังนั้นจึงควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับปัญหาสุขภาพช่องปาก

ในบางคนอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เนื่องจากหลายครั้งมีข้อจำกัดของการแปรงฟันหรือทำความสะอาดซอกฟันตามปกติ เช่น การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าแทนแปรงสีฟันปกติในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สามารถใช้มือได้ถนัด การใช้เครื่องพ่นน้ำทำความสะอาดฟันในผู้ที่ติดเครื่องมือจัดฟัน เป็นต้น

อีกประการหนึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมในการแปรงฟันและทำความสะอาดช่องปาก คือหลังจากรับประทานอาหารทุกมื้อ เพื่อกำจัดคราบเศษอาหาร เพื่อลดการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในช่องปาก แต่ทั้งนี้เมื่อรับประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่ควรรีบแปรงฟันในทันที ทั้งนี้เนื่องจากใน 30 นาทีแรก สภาพช่องปากยังมีความเป็นกรดสูง ทำให้การแปรงฟันในช่วงนี้อาจจะขัดสีให้ผิวฟันหลุดออกได้ ซึ่งอาจจะทำให้ฟันสึกและเสียวฟันตามมา ดังนั้นหลังรับประทานอาหารจึงควรรอสัก 30 นาที แล้วจึงค่อยแปรงฟัน

การพบทันตแพทย์เป็นประจำก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ เนื่องจากจะช่วยให้พบความผิดปกติในช่องปากแต่เนิ่น ๆ และสามารถให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที และทันตแพทย์สามารถให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากแบบรายบุคคลได้เหมาะสมกับปัญหา หรือความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปหากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แนะนำให้พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน แต่หากอยู่ในช่วงของการรักษา ทันตแพทย์อาจนัดพบบ่อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น

การรักษาสุขภาพช่องปากให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก หากมีความตั้งใจจริงในการฝึกฝนและทำให้เป็นนิสัย และหากทำได้ดีก็จะส่งผลให้มีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรงมีความสุขในการใช้ชีวิตต่อไป

 

 

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก