WTW บริษัทที่ให้บริการด้านการบริหารจัดการบุคลากร ความเสี่ยง และเงินทุนระดับโลก ได้ทำการสำรวจหลาย ๆ ประเด็นที่เกี่ยวกับแนวโน้มของต้นทุนทางการแพทย์ในอนาคต โดยทำการสำรวจระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี สำหรับปี 2023 ได้ทำการสำรวจบริษัทประกันสุขภาพชั้นนำ 257 แห่งจาก 55 ประเทศ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน ดังนี้
จากผลสำรวจพบว่า ในปี 2023 ต้นทุนทางการแพทย์มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 10 และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ภาวะเงินเฟ้อ และต้นทุนจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ งบประมาณทางสาธารณสุข และความขัดแย้งทางการเมือง
โดยคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการแพทย์ในระดับภูมิภาค พบว่า ละตินอเมริกาจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.2 เป็น 18.9 เอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 เป็น 10.2 ตะวันออกกลางและแอฟริกาจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.5 เป็น 11.5 ยุโรปจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.6 เป็น 8.6 ขณะที่อเมริกาเหนือมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 9.4 เป็นร้อยละ 6.5
โดยกลุ่มอาการที่เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและกระดูก โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคจิตเภท โรควิตกกังวล เป็นต้น
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ จากการสำรวจมีดังนี้
- อุบัติการณ์ของความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและกระดูกยังคงสูง เมื่อพิจารณาการคาดการณ์ต่ออุบัติการณ์การเรียกร้องขอรับค่าสินไหมและต้นทุนทางการแพทย์พบว่า ความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและกระดูกเป็นกลุ่มอาการที่มีอุบัติการณ์การขอรับค่าสินไหมสูงที่สุด ส่วนโรคหลัก ๆ ในลำดับถัดมา ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบตัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคทางจิตเวช เช่น โรควิตกกังวลและซึมเศร้า เป็นต้นทุนทางการแพทย์สูงเป็นอันดับ 1 – 4
. - ความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม หรือข้อยกเว้นบางประการอาจขัดขวางแนวทาง DEI อาทิ การรักษาภาวะมีบุตรยาก การผ่าตัดยืนยันเพศหรือการผ่าตัดปรับเพศสภาพ ตลอดจนการผดุงครรภ์ และการรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการในหลายองค์กรควรหาข้อสรุปเพื่อลดช่องว่างความคุ้มครอง และส่งเสริมให้สวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับพนักงานกลุ่มต่าง ๆ มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น
. - การแพทย์ทางไกล (Telehealth) เป็นวิธีจัดการต้นทุนทางการแพทย์ที่บริษัทผู้รับประกันสุขภาพร้อยละ 70 จัดให้เป็นวิธีการที่ดีอันดับต้น ๆ โดยขยับขึ้นมาจากอันดับ 3 ในการสำรวจปีที่แล้วเป็นอันดับ 2 ในปีนี้
. - ความกังวลต่อการให้บริการที่มากเกินความจำเป็นเพิ่มขึ้น บริษัทผู้รับประกันสุขภาพกังวลว่า ผู้ให้บริการทางสุขภาพจะมีส่วนทำให้ต้นทุนทางการแพทย์เพิ่มขึ้น ด้วยการแนะนำการบริการที่มากเกินไป นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดีของผู้ประกันตนจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการแพทย์ในเวลาต่อ ๆ ไป
. - ปัจจัยภายนอกที่หลากหลายขึ้นมีอิทธิพลต่อต้นทุนการแพทย์ สอดคล้องกับการสำรวจก่อนหน้านี้ ที่พบว่า ต้นทุนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สูง และแรงจูงใจเนื่องจากผลกำไรของผู้ให้บริการ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคุณภาพหรือเงินทุนของระบบสาธารณสุขที่ลดลง ความขัดแย้งทางการเมือง เป็นต้น
แนะนำอ่านเพิ่มเติม
นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานบริการสุขภาพ 2023 ที่แพทย์ควรรู้
Telemedicine การแพทย์ทางไกล จบโควิดยังบูมได้ต่อไหม
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ
ข้อมูลจาก https://www.wtwco.com/en-MY/Insights/2022/10/2023-global-medical-trends-survey-report

