CIMjournal
Zoonotic sporotrichosis

Fungus update: โรคติดเชื้อราจากแมวสู่คน Zoonotic sporotrichosis


นพ. ภาคภูมิ พุ่มพวงรศ. นพ. ภาคภูมิ พุ่มพวง
สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ระบาดวิทยา

โรคติดเชื้อราจากแมวสู่คน หรือ zoonotic sporotrichosis เกิดจากเชื้อราสองรูป Sporothrix spp. เดิมมักพบรายงานในผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสดินหรือถูกหนามกุหลาบตำ แต่เริ่มมีรายงานการระบาดของโรคนี้ในแมว (feline sporotrichosis) ครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และพบรายงานการระบาดสู่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา เชื้อราชนิดนี้สามารถก่อโรคได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น แมว สุนัข สัตว์ฟันแทะ และสัตว์เลื้อยคลาน แต่พบการก่อโรคจากแมวสู่คนได้บ่อยที่สุด เนื่องจากแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มักถูกเลี้ยงเป็นระบบเปิด และมีรอยโรครวมถึงปริมาณเชื้อโรคที่เยอะกว่าสัตว์ชนิดอื่น

การศึกษาแบบ retrospective cohort study ในรพ.ศิริราช ระหว่างช่วง พ.ศ. 2561 – 2565 รายงานผู้ป่วยจำนวน 49 ราย พบผู้หญิงเป็นโรคบ่อยกว่าผู้ชาย (ร้อยละ 65.3) อายุเฉลี่ย 58 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็น immunocompetent host (ร้อยละ 81.6) และมากกว่าร้อยละ 65 มีประวัติการสัมผัสแมว


อาการและอาการแสดงทางคลินิก

ระยะฟักตัวของโรคนี้ประมาณ 1 – 4 สัปดาห์ ทำให้เกิดอาการและอาการแสดงทางผิวหนังได้ 3 รูปแบบ คือ

  1. Lymphocutaneous sporotrichosis พบได้ร้อยละ 70 โดยพบบ่อยที่บริเวณแขน ขา และอาจพบรอยโรคที่บริเวณใบหน้าได้ในเด็ก รอยโรคเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็น erythematous-violaceous nodule ใต้ผิวหนัง ไม่เจ็บ จากนั้นรอยโรคมักแตกออกเป็นแผลตื้น ๆ ที่มีขอบแผลยกบวม ระยะต่อมาจะพบรอยโรคกระจายตัวตามแนวท่อน้ำเหลือง (lymphatic spreading) และอาจพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงโตได้ ลักษณะรอยโรคแบบนี้ วินิจฉัยแยกโรคจากโรคติดเชื้อหลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการทางคลินิกใกล้เคียงกัน ดังรูปที่ 1
    Zoonotic sporotrichosisรูปที่ 1 การวินิจฉัยแยกโรคที่มี sporotrichoid lesion
  1. Fixed cutaneous sporotrichosis รายงานในอดีต พบได้น้อยกว่า คือ ร้อยละ 25 แต่ในรายงานการระบาดปัจจุบันของประเทศไทยที่เป็น zoonotic sporotrichosis พบรอยโรคประเภทนี้ประมาณร้อยละ 55 ซึ่งมากกว่า lymphocutaneous sporotrichosis รอยโรคมีลักษณะเป็น vegetating หรือ verrucous plaque ที่มีขอบแดงชัดเจน มักมีสะเก็ดแผล (crust) และอาจพบลักษณะของ satellite nodules ร่วมด้วยได้
  2. Disseminated cutaneous sporotrichosis พบได้น้อย มักพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยพบการกระจายของรอยโรคได้ที่ผิวหนังทั่วร่างกายและเยื่อบุต่าง ๆ อาจพบการกระจายไปที่อวัยวะอื่น ๆร่วมด้วยได้


การวินิจฉัย

วินิจฉัยจากการตัดชื้นเนื้อเพื่อส่งตรวจเพาะหาเชื้อรา (fungal culture) โดยเพาะเชื้อราในอาหารเลี้ยงเชื้อ Sabouraud dextrose agar (SDA) ที่มีหรือไม่มียาต้านจุลชีพร่วมด้วย เชื้อราชนิดนี้โตได้ดีภายใน 1 สัปดาห์ โดยเชื้อจะเป็นยีสต์ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส และราสายที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส โคโลนีมักมีสีครีมในช่วงแรก และกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้นหรือดำในเวลาต่อมา เมื่อนำมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยย้อม lactophenol cotton blue เพื่อดูลักษณะสายรา จะพบลักษณะเป็นสายราที่มีการเรียงตัวของ conidia ดังรูปที่ 2

Zoonotic sporotrichosisรูปที่ 2 ลักษณะโคโลนีของเชื้อ Sporothrix spp.


การตรวจย้อมหาเชื้อราด้วย 10% potassium iodide (10% KOH) มีประโยชน์ทางคลินิกน้อย เนื่องจากมักไม่ค่อยพบยีสต์ก่อโรคในรอยโรค แต่หากพบจะมีลักษณะเป็น elongated cigar-shaped yeast การตรวจทางพยาธิวิทยาจะพบ suppurative หรือ non-specific granuloma และอาจพบลักษณะของ asteroid body ซึ่งเป็นราที่ถูกล้อมรอบด้วย eosinophilic material ร่วมด้วยได้


การรักษา

ยาหลักที่ใช้ คือ itraconazole ขนาดยาดังรูปที่ 3 เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน โดยควรให้ยาจนกว่ารอยโรคหายสนิท และอาจให้ยาต่ออีกนาน 1 เดือน รายงานจากศิริราชพบว่ากว่าร้อยละ 42 รักษาหายที่ระยะเวลา 6 เดือน และร้อยละ 95 รักษาหายที่ระยะเวลา 12 เดือน โดยระยะเวลาเฉลี่ยที่รักษาหายอยู่ที่ 6 เดือน

Zoonotic sporotrichosisรูปที่ 3 การรักษาโรค sporotrichosis


กรณีไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือไม่สามารถทนยา itraconazole ได้ ยาทางเลือก คือ terbinafine และ potassium iodide (SSKI) ในผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายของโรคไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ควรให้การรักษาด้วย intravenous amphotericin B การผ่าตัด debridement มีประโยคในผู้ป่วยที่มีรอยโรคที่กระดูกและข้อร่วมด้วย

 

เอกสารอ้างอิง
  1. Bonifaz A, et al. J Dtsch Dermatol Ges. 2010;8(8):619-27; quiz 28.
  2. Jirawattanadon P, et al. Emerg Infect Dis. 2024;30(12):2583-92.
  3. Yingchanakiat K, et al. J Fungi (Basel). 2023;9(5).
  4. Tobin EH, et al. Am Fam Physician. 2001;63(2):326-32.
  5. Barros MB, et al. Clin Microbiol Rev. 2011;24(4):633-54.

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก