การศึกษาในประเทศฝรั่งเศสทำการศึกษาเด็กอายุระหว่าง 2 เดือน ถึง 5 ปีครึ่ง พบว่า ความเสี่ยงต่ออาการแพ้อาหารเพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการเริ่มรับประทานอาหารกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ที่ล่าช้า
นักวิจัยได้ได้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างแนวทางปฏิบัติในการให้อาหารเสริมและการแพ้อาหารในเด็กฝรั่งเศส จำนวน 6,662 ราย โดยทั้งหมดไม่เคยมีอาการแสดงการแพ้อาหารก่อนอายุ 2 เดือนโดยรวบรวมข้อมูลการให้อาหารของเด็กในทุกเดือน ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ถึง 10 เดือน
ทั้งนี้ จะมีการคำนวณคะแนนของอายุที่เริ่มให้อาหารตามวัย และความหลากหลายของอาหารที่รับประทาน โดยประเมินที่อายุ 8 ถึง 10 เดือน รวมถึงเด็กที่ไม่ได้รับประทานอาหารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ (ยกเว้นไข่ ปลา ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์นม) ตอนอายุ 8 ถึง 10 เดือนก็จะถูกนำมาคำนวณด้วย โดยพ่อแม่จะรายงานอาการโรคภูมิแพ้ของลูก (แพ้อาหาร ผิวหนังอักเสบ หอบหืด และเยื่อบุตาอักเสบ) เมื่ออายุ 2 เดือนและที่ 1, 2, 3.5 และ 5.5 ปี นักวิจัยระบุว่าเด็กร้อยละ 62 เริ่มรับประทานอาหารตามวัยตั้งแต่อายุ 4 และ 6 เดือน จากการติดตามอย่างใกล้ชิด พบว่า การเริ่มรับประทานอาหารก่อภูมิแพ้ล่าช้ามีความเสี่ยงต่อการแพ้อาหาร โดยเด็ก 1 ใน 10 คนที่ไม่ได้รับประทานอาหารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่ 2 ชนิดเป็นต้นไป เช่น ไข่ ปลา ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์นมเมื่ออายุ 10 เดือน พบว่า เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารก่อนอายุ 5 ขวบครึ่งถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับเด็กที่รับประทานอาหารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่อายุก่อน 10 เดือน
การค้นพบนี้ยืนยันถึงความสำคัญของการไม่ชะลอการรับประทานอาหารก่อภูมิแพ้ ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในวัยเด็กได้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางคำแนะนำใหม่ของแนวทางการรับประทานอาหารตามวัย โดยสมาคมกุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ประเทศฝรั่งเศส
เรียบเรียงโดย พญ. พนิดา วิจารณ์
ข้อมูลจาก https://www.medscape.com/viewarticle/995700

