การศึกษา APPLAUSE-IgAN ในช่วง interim 250 ราย พบว่า ยา iptacopan สามารถลด 24hr-UPCR ในผู้ป่วยโรค IgA nephropathy ลงได้จากเดิมถึง 35.8% ซึ่งแตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ผลข้างเคียงไม่ต่างกัน
โรค IgA nephropathy (IgAN) เป็นโรคไตโกลเมอรูลัสที่พบบ่อยมาก มีอาการและอาการแสดงหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงไตวายเฉียบพลัน และหากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงเรื่อยไป ซึ่งการรักษาหลัก คือ การใช้ยาสเตียรอยด์ในขนาดสูง จึงมีข้อจำกัดเรื่องผลข้างเคียงของยา จนเมื่อมีการค้นพบสารยับยั้งการกระตุ้นระบบ complement ที่เป็นกลไกการเกิดโรคที่สำคัญ จึงมีการคิดค้นยา iptacopan ที่เป็น factor B inhibitor of C3 convertase รักษาเฉพาะจุดการเกิดโรค เพื่อลดการใช้สเตียรอยด์ลง
การศึกษาแบบ RCT ชื่อ APPLAUSE-IgAN ศึกษาประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของยา iptacopan ในการรักษาผู้ป่วย IgA nephropathy ที่ได้รับการยืนยันการวินิจฉัยด้วยวิธีตรวจชิ้นเนื้อไตเทียบกับยาหลอก โดยยังให้การรักษามาตรฐาน คือ การใช้ prednisolone
กลุ่มผู้ป่วย 442 ราย ที่ได้รับการยืนยันด้วยการตรวจชิ้นเนื้อไต และมีผลการตรวจ 24 hour urine protein creatinine ratio (24hr-UPCR) เข้าสู่ช่วง run-in ที่ 3 สัปดาห์แล้วมาแบ่งกลุ่ม 222 ราย ได้รับยา iptacopan ขนาด 200 mg วันละสองครั้ง ส่วนอีก 221 ราย ได้รับยาหลอก โดยทั้งสองกลุ่มได้รับการรักษามาตรฐานตามปกติ ติดตามผลการศึกษาหลัก คือ 24hr-UPCR ที่ลดลงในการติดตามที่ 9 เดือน โดยการศึกษานี้เป็นการประเมิน interim ครั้งแรกที่จำนวนผู้ป่วยครบ 250 ราย
ผู้ป่วยทั้ง 250 ราย อย่างละครึ่ง ส่วนมากอายุ 40 ปี พื้นฐานค่า 24hr-UPCR คือ 1.8 g/g และพื้นฐานค่า GFR อยู่ที่ 64 mg/min พบว่า กลุ่มที่ได้ยา iptacopan สามารถลด 24hr-UPCR ลงได้ 38.3% (ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต) เมื่อเทียบกับยาหลอกและแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หรือหากวัดผลเป็น spot UPCR พบว่าลดลง 35.8% แตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน และในการวิเคราะห์กลุ่มย่อยไม่ว่าจะเป็นเพศ วัย ค่า GFR ที่ระดับต่าง ๆ พบว่า สามารถลด 24hr-UPCR ไปในทางเดียวกันกับผลการศึกษาหลัก
ความปลอดภัยของยา พบว่า เกิดผลข้างเคียงประมาณ 62% ที่ส่วนมากเป็นผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงพบ 8% เทียบกับยาหลอก คือ 5% ไม่แตกต่างกัน ส่วนมาก คือ ต้องเข้าสู่การฟอกเลือดเฉียบพลัน
ยา iptacopan สามารถใช้เพิ่มจากยามาตรฐานและสเตียรอยด์ เพื่อลดโปรตีนรั่วทางปัสสาวะได้ดี โดยที่ผลข้างเคียงไม่ต่างจากยาหลอก แต่อย่างไรก็ตาม นี่คือ ผล interim ยังต้องรอผลการศึกษาเมื่อครบตามกำหนดที่ระบุไว้ 2 ปี
เรียบเรียงโดย นพ. ชาคริต หริมพานิช
ข้อมูลจาก doi:10.1056/NEJMoa2410316

