กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย และแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ.2569 โดยกำหนดให้สถานประกอบการที่ขออนุญาตได้ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย คุมเข้มการใช้ช่อดอกกัญชาผ่านระบบใบสั่งจ่ายและมาตรการควบคุมเฉพาะ เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน
16 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชี้แจงว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่มีเป้าหมายให้การจัดการกัญชาทางการแพทย์อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีมาตรฐาน โดยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน ยังสามารถใช้ช่อดอกกัญชารักษาผู้ป่วยได้ แต่ต้องจ่ายผ่านใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท.33) ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง และเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ 1 ปี นอกจากนี้ สถานประกอบการต้องมีบุคลากรผ่านการอบรมด้านกัญชาทางการแพทย์ประจำตลอดเวลาทำการ รวมถึงต้องจัดเก็บช่อดอกเป็นสัดส่วน ไม่ให้สัมผัสพื้น และติดตั้งระบบกำจัดกลิ่นหรือควันที่มีประสิทธิภาพ หากผู้รับอนุญาตเคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต อาจไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตอีก
ด้าน นพ.พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ระบุว่า กรมฯ มีหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะ ‘ช่อดอกกัญชา’ ในฐานะสมุนไพรควบคุม ผู้ที่ต้องการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูป ต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และกรณีส่งออกหรือจำหน่าย ต้องผ่านมาตรฐานการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวที่กรมรับรองด้วย ทั้งนี้ สธ. ยืนยันว่ากฎกระทรวงฉบับดังกล่าวจะช่วยสร้างมาตรฐานการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบกฎหมาย
แหล่งที่มา: https://www.hfocus.org/content/2026/05/38094

