CIMjournal
salt

Salt and HFpEF


การลดเกลือในอาหารเป็นคำแนะนำการรักษาโรคหัวใจล้มเหลวที่สำคัญ แต่การจำกัดเกลือมากจนเกินไป กลับไม่ช่วยทำให้โรคหัวใจล้มเหลวดีขึ้น ในทางตรงข้ามกลับเพิ่มโอกาสเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากหัวใจล้มเหลวมากขึ้น แม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจะไม่ต่างจากกลุ่มควบคุมเคร่งครัด แต่เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นจะส่งผลในทางลบต่อโรคหัวใจวายชนิด HFpEF

คำแนะนำมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวไม่ว่าการบีบตัวของหัวใจจะยังปรกติหรือลดลง คือ การลดเกลือในอาหารไม่ให้เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าหากลดเกลือให้ต่ำมากต่อวันจะช่วยลดโรคหัวใจลงได้มากขึ้น อีกทั้งรูปแบบการศึกษาปริมาณเกลือในอาหารมีการวัดปริมาณเกลือที่หลากหลาย ทำให้ผลการศึกษามีความแปรปรวนสูง และผลการศึกษาเรื่องการจำกัดเกลือให้ต่ำมากในอาหาร ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

การศึกษา TOPCAT เป็นการศึกษาเกี่ยวกับผลของการใช้ยา spironolactone ในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชนิด HFpEF (ในการศึกษาคิดค่า EF ที่เกิน 45%) นักวิจัยนำข้อมูลจากการศึกษานี้มาวิเคราะห์ซ้ำ (post hoc analysis) ถึงผลการจำกัดเกลือในอาหารลงมาก ๆ ว่าส่งผลอย่างไรต่อโรคหัวใจล้มเหลวชนิด HFpEF

มีข้อมูลการใช้เกลือในอาหารทั้งสิ้น 1713 ราย โดยประมาณครึ่งหนึ่งคือ 816 รายมีคะแนนการใส่เกลือในอาหาร cooking salt score เท่ากับ 0 คือไม่ใส่เกลือเพิ่มเลย และอีกครึ่งคือมีการใส่เกลือในอาหารอย่างต่ำหนึ่งในแปดช้อนชา 

เมื่อติดตามประมาณสามปี พบว่าผลรวมเหตุที่โรคหัวใจแย่ลง กลุ่มที่ลดเกลือเกิดผลเสียต่อหัวใจล้มเหลวต่ำกว่ากลุ่มที่จำกัดเกลือเคร่งครัด 24% และมีนัยสำคัญทางสถิติ และหากแยกคิดปัจจัยต่าง ๆ พบว่าการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากหัวใจล้มเหลวในกลุ่มลดเกลือต่ำกว่ากลุ่มจำกัดเกลือเคร่งครัดถึง 27% และมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนอัตราการเสียชีวิตโดยรวมและอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ แม้ในกลุ่มลดเกลือจะเกิดน้อยกว่าในกลุ่มจำกัดเคร่งครัดประมาณ 20% แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

การศึกษามีข้อสังเกตเพราะข้อมูลเกลือในอาหารได้จากการสอบถามเป็นหลัก ไม่ได้มีการวัดค่าที่แน่นอนและยังมีความแปรปรวนในเชื้อชาติต่างกัน ด้วยเหตุที่อาหารของแต่ละเชื้อชาติเองมีเกลือในอาหารที่ต่างกันนอกเหนือจากเกลือที่เติมในมื้ออาหารอีกด้วย

ข้อมูลจากการศึกษานี้พบว่าการจำกัดเกลือต่ำมาก ซึ่งทำได้ยากมากในทางปฏิบัติและทำให้ผู้ป่วยไม่อยากอาหารจนขาดสารอาหาร นอกจากไม่ได้ทำให้โรคหัวใจล้มเหลวดีขึ้น ยังมีโอกาสแย่ลง เมื่อเทียบกับการลดเกลือลงไม่เกินกว่าปริมาณที่กำหนด (2,300 มิลลิกรัมต่อวัน) ส่งผลต่อคำแนะนำการจัดอาหารในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวให้เหมาะสมต่อไป

 

เรียบเรียงโดย นพ.ชาคริต หลิมพานิช
ข้อมูลจาก
Li J, Zhen Z, Huang P, et alSalt restriction and risk of adverse outcomes in heart failure with preserved ejection fractionHeart Published Online First: 18 July 2022. doi: 10.1136/heartjnl-2022-321167

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก