พญ. อัญชลี เสนะวงษ์
ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา กุมารเวชศาสตร์
สถาบันภูมิแพ้ BNH Asthma and Allergy center
โดย สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
http://www.tac.or.th/th/home-th
หลักฐานจากการศึกษาหลายฉบับชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคภูมิแพ้กับความผิดปกติทางพัฒนาการ เช่น Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder; ADHD และ Autism Spectrum Disorder; ASD Systematic review และ meta-analysis ในปี ค.ศ. 2025 ได้รวบรวมงานวิจัยทั้งหมด 18 ฉบับ รวมจำนวนผู้เข้าร่วม 4,289,444 ราย เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis; AR) และโรคสมาธิสั้น ADHD ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ป่วย AR มีความเสี่ยงต่อการเกิด ADHD เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีค่า Odds Ratio (OR) = 1.83 (95% CI: 1.37-2.43) ในทิศทางกลับกัน ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ADHD ก็มีโอกาสพบ AR สูงกว่าประชากรทั่วไปเช่นกัน โดยมี OR = 1.38 (95% CI: 1.11-1.72) สะท้อนความสัมพันธ์สองทาง (bidirectional association) ระหว่างทั้งสองภาวะ จากข้อมูลพบว่า ผู้หญิงที่เป็น AR มีความเสี่ยงพัฒนา ADHD มากกว่าผู้ชาย อย่างมีนัยสำคัญ โดยมี OR = 1.86 (95% CI: 1.43-2.43) และเด็กอายุ ≤8 ปี ที่มีภาวะ AR พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิด ADHD สูงกว่าเด็กอายุมากกว่า 8 ปี โดยมี OR = 1.75 (95% CI: 1.14-2.69)
การศึกษาretrospective ขนาดใหญ่ จากอิสราเอล (Nemet et al., 2022) เปรียบเทียบ เด็ก 117,022 คนที่มีโรคภูมิแพ้อย่างน้อย 1 ชนิด (asthma, rhinitis, conjunctivitis, skin, food, drug allergy) กับเด็ก 116,968 คนที่ไม่มีโรคภูมิแพ้ ระยะติดตามเฉลี่ย 11.6 ปี พบเด็กที่มีโรคภูมิแพ้มีความเสี่ยงสูงขึ้นชัดเจนในการเกิด ADHD; Odds Ratio (OR) = 2.45 (95% CI: 2.39-2.51), p < 0.0001 และ ความเสี่ยงต่อ ASD; OR = 1.17 (95% CI: 1.08-1.27), p < 0.0001
การศึกษาจากประเทศไทย (Suwan et al., 2011) ศึกษากลุ่มผู้ป่วย ADHD จำนวน 40 ราย เทียบกลุ่มควบคุม 40 ราย ทำ skin prick test เปรียบเทียบการแพ้สารก่อภูมิแพ้ พบว่า เด็ก ADHD มีผล skin prick test positive สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ คือ ADHD: 67.5% vs Control: 45.0%, p = 0.043 โดยเป็น Allergen: D. farinae 42.5%, D. pteronyssinus 40.0%, Bermuda grass 37.5%, และ American cockroach 35.0% สรุปว่าเด็ก ADHD มีอัตราการแพ้สารก่อภูมิแพ้สูงกว่าประชากรทั่วไป
กลไกที่อาจอธิบายการเชื่อมโยงนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นร่วมกันได้ ได้แก่
- ปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ข้อมูลสนับสนุนว่าทั้งสองกลุ่มโรคอาจมีรากฐานทางพันธุกรรมและปัจจัยแวดล้อมร่วมกัน- ปัจจัยจากมารดา (Maternal Factors) ได้แก่ ความเครียด ซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลในระหว่างตั้งครรภ์, ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM), หรือ ประวัติโรคภูมิแพ้ในมารดา ปัจจัยเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทของทารก ส่งผลต่อการพัฒนา neural circuits และเพิ่มความเสี่ยงของทั้งโรคภูมิแพ้และความผิดปกติด้านพฤติกรรมในอนาคต
- Microbiome & Gut Dysbiosis ก่อให้เกิด การอักเสบของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Dysregulation) และ ผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาท (Affected neural circuits) ข้อมูลสนับสนุนว่า gut-brain axis มีผลต่อทั้งภูมิแพ้และ ADHD โดย dysbiosis ส่งผลต่อสารสื่อประสาท เช่น serotonin และกระบวนการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับสมอง
- Environmental Factors อาหาร, มลภาวะ, และสารก่อการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม มีส่วนทำให้เกิด Immune Dysregulation ส่งผลร่วมต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ และอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนา neurodevelopmental disorders ผ่านการกระตุ้นการอักเสบและ microglia activation
- การอักเสบจาก mast cell และไซโตไคน์ การรบกวนของ blood-brain barrier (BBB)
มีกลไกที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การกระตุ้น mast cell, ระดับไซโตไคน์อักเสบสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Th2 (เช่น IL-1β, IL-6, IL-17) และเคโมไคน์ (CXCL8, CCL2). ปัจจัยเหล่านี้สามารถกระตุ้น microglia, mTOR และก่อให้เกิดการอักเสบในสมอง นำไปสู่ความผิดปกติด้านพฤติกรรมและการทำงานของระบบประสาท ปัจจัยการอักเสบจากภูมิแพ้อาจลดความสมบูรณ์ของ BBB ทำให้สารที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสารสื่อประสาท เช่น norepinephrine สามารถเข้าสู่สมองและเปลี่ยนแปลง การทำงานของระบบประสาทได้ - ความเครียดและการรบกวนการนอน
ผู้ป่วยภูมิแพ้ มักมีความเครียดหรือความวิตกกังวลสูง อีกทั้งโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้สามารถทำให้เกิดคุณภาพการนอนลดลง ส่งผลให้เกิดความอ่อนล้าในเวลากลางวัน, สมาธิลดลง, ความจำและการควบคุมพฤติกรรมแย่ลง การขาดการนอนเรื้อรังอาจกระทบสมองส่วน frontal cortex, cingulate cortex, striatum และบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสมาธิ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความผิดปกติในผู้ป่วย ADHD - ปัจจัยระดับโมเลกุล (Epigenetics & Mitochondrial Dysfunction)
Epigenetics และ DNA methylation มีผลต่อการเปิด-ปิดยีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิแพ้และพัฒนาการสมอง และ Mitochondrial Dysfunction ส่งผลต่อพลังงานระดับเซลล์ประสาท ทำให้เกิดความผิดปกติของ neural circuits มีบทบาทร่วมในการเกิดแพ้และ ADHD/ASD
- แพทย์ควรตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่าง AR กับ ADHD และบูรณาการข้อมูลนี้ในการวางแผนการรักษา
- ในผู้ป่วย AR ควรให้การรักษาอย่างจริงจังเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะสมาธิสั้น
- ในผู้ป่วย ADHD ควรคัดกรองอาการ AR ร่วมด้วย และรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อพฤติกรรมและการเรียนรู้ของผู้ป่วย
- Chua Regena Xin Yi , Tay Michelle Jia Yu , Ooi Delicia Shu Qin , Siah Kewin Tien Ho , Tham Elizabeth Huiwen , Shek Lynette Pei-Chi , Meaney Michael J. , Broekman Birit F. P. , Loo Evelyn Xiu Ling . Understanding the Link Between Allergy and Neurodevelopmental Disorders: A Current Review of Factors and Mechanisms. Frontiers in Neurology. Volume 11. 2021
- Jingxuan Wei, Yang Li, Qiuye Wu, Bingbing Lei, Xiongbin Gui. Bidirectional association between allergic rhinitis and attention-deficit/hyperactivity disorder: A systematic review and meta-analysis. Journal of Affective Disorders. Volume 369. 2025. Pages 499-507. ISSN 0165-0327. https://doi.org/10.1016/j.jad.2024.10.032.
- Nemet S, Asher I, Yoles I, Baevsky T, Sthoeger Z. Early childhood allergy linked with development of attention deficit hyperactivity disorder and autism spectrum disorder. Pediatr Allergy Immunol. 2022 Jun;33(6):10.1111/pai.13819. doi: 10.1111/pai.13819. PMID: 35754118; PMCID: PMC9328193.
- Suwan P, Akaramethathip D, Noipayak P. Association between allergic sensitization and attention deficit hyperactivity disorder (ADHD). Asian Pac J Allergy Immunol. 2011 Mar;29(1):57-65. PMID: 21560489.
- Wang, LJ., Yu, YH., Fu, ML. et al. Attention deficit–hyperactivity disorder is associated with allergic symptoms and low levels of hemoglobin and serotonin. Sci Rep 8, 10229 (2018). https://doi.org/10.1038/s41598-018-28702-5


