CIMjournal
banner food 2

Allergy update: โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เพื่อการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงการเกิดโรคภูมิแพ้


พญ. อัญชลี เสนะวงษ์พญ. อัญชลี เสนะวงษ์
ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา กุมารเวชศาสตร์
สถาบันภูมิแพ้ BNH Asthma and Allergy center

 

การให้อาหารเสริมที่ดีในเด็กสามารถสร้างสมดุลภูมิคุ้มกันและลำไส้ ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ แนวทางการรักษาล่าสุดจากสถาบันภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาได้ให้คำแนะนำดังนี้


ตารางคำแนะนำการให้อาหารเสริมสำหรับเด็ก

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เพื่อการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงการเกิดโรคภูมิแพ้

ในปัจจุบันแนะนำให้พิจารณาเรื่องอาหารเสริมช่วงอายุ 4 – 6 เดือน ในขวบปีแรกเด็กอยู่ในระยะการเจริญเติบโต จำเป็นต้องได้รับสารอาหารหลัก (macronutrients) อย่างสมดุลเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ทารกมีความต้องการโปรตีนและไขมันต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวสูงกว่าช่วงวัยอื่นในวงจรชีวิต

การจัดอาหารที่เหมาะสมควรประกอบด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการตามวัย และมีความสมดุลของสารอาหารหลักและสารอาหารรอง (micronutrients) รวมถึงใยอาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาของไมโครไบโอมในลำไส้ (gut microbiome) ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

อาหารที่ปรุงเองจากวัตถุดิบสดและไม่ผ่านการแปรรูปถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม อาหารแช่แข็งที่ทำจากวัตถุดิบสดและไม่มีการเติมน้ำตาลหรือเกลือ ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้เช่นกัน

ความหลากหลายของอาหารอาจช่วยให้ได้รับกรดไขมันโอเมกา 3 ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (เช่น จากปลามัน วอลนัต หรือ น้ำมันคาโนลา) อาหารจากพืช และใยอาหารที่ไม่ถูกย่อย ซึ่งอาจมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร ปัจจุบันมีคำแนะนำเพิ่มขึ้นให้รวมอาหารหมักที่เหมาะสมเป็นอาหารเสริม เช่น โยเกิร์ตธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมความสมดุลของไมโครไบโอมในลำไส้ ทั้งนี้ การพาสเจอไรส์น้ำนมสามารถเพิ่มศักยภาพการก่อภูมิแพ้ เนื่องจากทำให้โปรตีนในนมเปลี่ยนโครงสร้าง (denaturation) และสูญเสียสารประกอบที่มีฤทธิ์ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ขณะที่น้ำนมดิบและนมฟาร์มที่ไม่ผ่านการโฮโมจีไนซ์ อาจมีฤทธิ์ปกป้องต่อการเกิดโรคภูมิแพ้

นอกจากนี้ ปริมาณ ชนิด และความสมดุลของไขมันในอาหารก็มีความสำคัญ ไขมันที่มีสัดส่วนโอเมกา 6 สูงอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ในทารก แหล่งที่มีโอเมกา 6 สูง ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด มาการีน งา เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง ในทางตรงกันข้าม ปลาที่มีไขมัน  เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย  วอลนัต น้ำมันเรพซีด และน้ำมันคาโนลา รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เลี้ยงด้วยหญ้าหรือแบบออร์แกนิก็เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สัตว์ทั่วไป จะมีปริมาณโอเมกา 3 สูงกว่า เป็นต้น

 

เอกสารอ้างอิง
Vlieg-Boerstra B, Netting M, Vassilopoulou E, et al. EAACI Prevention Working Group. Guidance for healthy complementary feeding practices for allergy prevention in developed countries: An EAACI interest group report. Pediatr Allergy Immunol. 2025 Jul;36(7): e70150.

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก