รศ. พญ. พิชญา เพชรบรม
อายุรแพทย์โรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤติระบบหายใจ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โดย สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย :
https://www.tac.or.th/th/home-th/
การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดโรคหืดกำเริบเฉียบพลันในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัสสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดกำเริบในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยในผู้ใหญ่พบว่าการติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุประมาณ 1 ใน 3 ถึงครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยและมีแนวโน้มสูงที่จะทำให้เกิดอาการในผู้ที่มีอาการหอบหืดกำเริบได้ง่าย โดยการติดเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบในทางเดินหายใจ และเพิ่มความไวของทางเดินหายใจต่อสิ่งกระตุ้นทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ในบางกรณีไวรัสสามารถติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างโดยตรง การติดเชื้อไวรัสเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหืดกำเริบ การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง ปอดอักเสบ หรือไปสู่การนอนโรงพยาบาลได้ โดยเชื้อไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดโรคหืดกำเริบ ได้แก่ Rhinovirus (RV) ซึ่งทำให้เกิดไข้หวัดธรรมดา (common cold) เป็นเชื้อที่พบเป็นสาเหตุมากที่สุดประมาณร้อยละ 65, Respiratory syncytial virus (RSV), ไข้หวัดใหญ่ (influenza), โควิด (coronavirus), human metapneumovirus, parainfluenza viruses และ adenovirus เป็นต้น
เมื่อติดเชื้อไวรัสจะเกิดการตอบสนองของเซลล์เยื่อบุผิวและภูมิคุ้มกัน หลังจากการติดเชื้อ จะมีการหลั่งสารตัวกลางหลายชนิด เช่น ไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (pro-inflammatory cytokines) คีโมไคน์ (chemokines) อินเตอร์เฟอรอน (interferons) และ growth factors ซึ่งจะนำไปสู่การอักเสบของอีโอซิโนฟิล นิวโทรฟิล และลิมโฟไซต์ รวมถึงภาวะการหลั่งเมือกมากเกินไปและ การปรับโครงสร้างของทางเดินหายใจ (airway remodeling)
เมื่อติดเชื้อไวรัสที่ทางเดินหายใจผู้ป่วยจะมีไข้ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ คัดจมูก อาจมีอาการอ่อนเพลีย ส่วนอาการกำเริบของโรคหอบหืดที่เกิดจากไวรัส ได้แก่ อาการไอ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หายใจเร็ว แน่นหน้าอก
ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหอบหืดกำเริบเมื่อได้รับการติดเชื้อไวรัส ได้แก่ ผู้ที่มีการค่าของ biomarkers สูง ได้แก่ eosinophils สูง (ในเสมหะหรือในเลือด) immunoglobulin E (IgE) สูง และ fractional exhaled nitric oxide (FeNO) สูง
การรักษา
เมื่อเกิดโรคหืดกำเริบเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส รักษาเหมือนกับการเกิดโรคหืดกำเริบทั่วไปจากสาเหตุอื่น ๆ คือ การใช้ยาขยายหลอดลมชนิดสูดพ่น (reliever inhaler) ชนิดออกฤทธิ์เร็ว กลุ่ม short acting β2-agnoist (SABA) เช่น Salbutamol หรืออาจใช้ยาขยายหลอดลมชนิดสูดพ่นที่เป็นยาผสม ระหว่าง SABA และ short acting muscarinic antagonist เช่น ยา fenoterol/ipratropium bromide โดยพ่น 4 สูด สามารถพ่นซ้ำได้ทุก 15 – 20 นาที 3 ครั้ง ส่วนในผู้ป่วยที่ใช้ยาชนิด formoterol/budesonide แบบสูดพ่น สามารถพ่นยานี้ 1 – 2 สูดและรออีก 1 – 3 นาที ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถพ่นยาซ้ำได้ แต่ไม่ควรเกิน 6 ครั้ง หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจากพ่นยา หรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หายใจแรงและเร็ว หอบเหนื่อยมาก พูดได้เป็นคำ ควรไปพบแพทย์ทันที แพทย์จะให้พ่นพ่นยาขยายหลอดลม ให้ systemic corticosteroid(prednisolone หรือ dexamethasone) ให้ออกซิเจนถ้ามีข้อบ่งชี้ และพิจารณาว่าควรนอนรักษาในโรงพยาบาลหรือไม่
การป้องกัน
การอยู่ห่างจากผู้ป่วย ใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน การรักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือด้วยสบู่ รักษาความสะอาดที่บ้าน การฉีดวัคซีนป้องกันโรค ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ (influenza vaccine) ปีละ 1 ครั้ง สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ การฉีด Adjuvanted-RSV vaccine ลดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างจากเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยที่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคร่วมอื่น ๆ เช่น โรคหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง แนะนำให้ฉีดวัคซีน adjuvanted-RSV 1 โดส นอกจากนี้ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส แนะนำให้ฉีดวัคซีนไอกรน Tdap 1 โดส ทุก ๆ 10 ปี เพื่อลดอาการที่รุนแรงของโรคหอบหืด และแนะนำให้ฉีดวัคซีนโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เพิ่ม 1 โดส ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 65 ปี โดยสามารถให้พร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
นอกจากนี้ควรพ่นยาควบคุมอาการ (controller) ที่มีส่วนประกอบของคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นเพื่อควบคุมโรคหอบหืดในระยะยาวและพ่นยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไปพบแพทย์ตามนัดให้สม่ำเสมอ อย่าขาดยา และควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้อาการหืดกำเริบ เช่น ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ มลพิษทางอากาศ ปรับสิ่งแวดล้อมในบ้านและที่ทำงาน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหอบหืด หากมีอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลันบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาและป้องกันการกำเริบซ้ำ
- Denlinger LC, Heymann P, Lutter R, Gern JE. Exacerbation-Prone Asthma. Allergy J Clin Immunol Pract. 2020 Feb;8(2):474-482.
- Jackson DJ, Johnston SL. The role of viruses in acute exacerbations of asthma. J Allergy Clin Immunol. 2010 Jun;125(6):1178-87.
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืด ในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ 2568 โดย สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย Thai Asthma Council (TAC)
- Global Strategy for Asthma Management and Prevention 2025

