ในปัจจุบันมีการรักษาอัลไซเมอร์รูปแบบใหม่ โดยใช้สารแอนตี้บอดี้ (Antibody) ซึ่งเป็นการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อตัวโรคมากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันก็มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการรักษานี้ ที่ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารของ Radiological Society of North America (RSNA) ที่พบว่า เมื่อนำผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่ได้รับการรักษาด้วยสารแอนตี้บอดี้ ไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบความผิดปกติจากผลภาพดังกล่าว ที่เรียกว่า Amyloid-related imaging abnormalities (ARIA) แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติเพิ่มเติม
โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดที่พบมากที่สุดในทุกประเทศบนโลก ผู้ป่วยโรคดังกล่าวจะมีความผิดปกติในเรื่องของความจำ นำไปสู่ความผิดปกติของความคิดที่ช้า เนื่องจากโรคนี้จะสามารถพัฒนาความรุนแรงต่อไปได้เรื่อย ๆ และไม่สามารถหายขาดได้ การรักษาโรคอัลไซเมอร์ที่ผ่านมาทำได้เพียงการรักษาแบบบรรเทาอาการเท่านั้น แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น จึงมีการพัฒนาการรักษาโรคนี้ด้วยวิธีใหม่ นั่นคือ การใช้แอนตี้บอดี้ในการรักษา ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากยิ่งขึ้น ชื่อยาว่า Aducanumab ที่มีกลไกที่เชื่อว่าจะลดปริมาณโปรตีนที่ผิดปกติ คือ Amyloid beta ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคได้ และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา จากสหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายน ปี 2021
แม้ว่าการรักษาด้วยยาชนิดใหม่นี้จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และเริ่มมีการใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น แต่ว่าเมื่อมีการใช้อย่างแพร่หลายก็นำมาสู่การค้นพบความผิดปกติของการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า ARIA ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ARIA-E ที่จะเด่นเรื่องภาวะสมองบวม เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด และ ARIA-H ที่จะเด่นภาวะเลือดออกในสมอง โดยเชื่อว่ากลไกหลักเกิดจากผนังหลอดเลือดมีการรั่วไหลของเลือดออกมาจากการตอบสนองต่อการอักเสบจากโรคอัลไซเมอร์ โดยอาจมีอาการปวดศีรษะได้ในบางราย แต่ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ
จากที่กล่าวมาข้างต้น แม้ว่าการรักษาด้วย Aducanumab จะมีผลข้างเคียงในสมองที่เป็น ARIA แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ โดยจะแบ่งเป็นถ้าผู้ป่วยมีภาวะ ARIA-E สามารถที่จะรับการรักษาต่อได้โดยไม่ต้องหยุดยา ในขณะที่ถ้าเป็น ARIA-H จะต้องมีการประเมินจุดเลือดออกในสมองก่อน หากมีมากเกิน 10 จุดก็แนะนำให้หยุดยา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการปรึกษาร่วมกันภายในทีมการรักษา ทั้งแพทย์ระบบประสาทและรังสีแพทย์
เรียบเรียงโดย นพ. จิรัสม์ พัวพัฒนกุล
ข้อมูลจาก www.sciencedaily.com/releases/2023/08/230831142812.htm

