CIMjournal
perspective-research-id103-1

Perspective on Research: อาจารย์ พญ. อุษา ทิสยากร


ศ.กิตติคุณ พญ. อุษา ทิสยากร
ผู้อำนวยการระดับสูง คลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีในประเทศไทยและนานาชาติ

พญ. อุษา ทิสยากร

จากการที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานทางวิชาการและบริหารในระดับโลก มีความเห็นว่าถ้าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบในระดับนานาชาติก็จะได้รับการสนใจเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งเป็นโรคที่ทวีปเอเชียแบกภาระอยู่สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ ทวีปอเมริกาใต้ จึงทำให้ทั้งสองภูมิภาคดังกล่าวผนึกกำลังเพื่อร่วมกันควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี ดังจะเห็นได้จากการที่มีงานวิจัยเพื่อทดสอบวัคซีนเดงกีเป็นครั้งแรกของโลกจากทั้งสองภูมิภาคนี้  เมื่อปี พ.ศ. 2554 สำหรับการพัฒนาวัคซีนเดงกีในประเทศไทยนั้นได้เริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศ.เกียรติคุณ นพ. ดร. ณัฐ ภมรประวัติ และคณะ และประสบความสำเร็จไปได้ในระดับหนึ่ง ต่อมาจึงได้มีการร่วมมือกับต่างประเทศ พัฒนาจนเกิดวัคซีนเดงกีที่ถูกนำออกมาทดสอบในหลายประเทศทั้งในทวีปเอเชียและทวีปอเมริกาใต้ ดิฉันเองได้รับเชิญจากท่านคณบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในขณะนั้น รศ. นพ.ดร.ประตาป สิงหศิวานนท์ ให้เข้าไปร่วมเป็นผู้วิจัยหลักในการทดสอบวัคซีนดังกล่าวที่โรงพยาบาลบ้านโป่งและโรงพยาบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนในที่สุดได้นำไปสู่การเกิดขึ้นของวัคซีนเดงกีเป็นครั้งแรกในโลก

“วัคซีนอาจไม่สามารถ
จะป้องกันการติดโรค
ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่สามารถ
ลดความรุนแรงของโรค
ลดอัตราการตาย
และลดอัตราการ
นอนโรงพยาบาลลงได้”

เมื่อได้วัคซีนเดงกีออกมาแล้ว การจะนำไปใช้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีบริบทอย่างอื่นหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกที่นำวัคซีนเดงกีไปฉีดในวงกว้าง เนื่องมาจากมีการระบาดอย่างหนักของโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีในเด็ก พอนำวัคซีนไปฉีดในวงกว้างโดยอาจไม่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าวเท่าที่ควร ปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมา เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถจะป้องกันการติดโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการตาย และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลลงได้ ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ ก็มีปัญหาถึงขั้นขึ้นศาลฟ้องร้องกัน เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจอย่างถูกต้องแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญมาก

6th-ADS2023

ในฐานะนักวิชาการก็ได้รับเชิญให้ร่วมจัดทำ The International Classification of Diseases-11 (ICD-11) ซึ่งองค์กรนานาชาติได้ร่วมกันทำงานและไปหาข้อสรุปที่สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก กรุงเจนีวา โดยมีการปรับเปลี่ยนรายงานการวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีเป็นหนึ่งในหัวข้อใน ICD-11 เพื่อให้ทั้งโลกเข้าถึงข้อมูลของโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีในรูปแบบเดียวกันโดยถ้วนหน้าได้ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566 คลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมมือกับองค์กรนานาชาติจัดการประชุมวิชาการ “6th Asia Dengue Summit 2023” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี ประเทศไทยมีจุดแข็งที่คนต่างชาติอยากมาเยือนเนื่องจากได้ทั้งงานและได้ท่องเที่ยวด้วย ทำให้การดำเนินงานวิชาการในประเทศไทยมีเครือข่ายนานาชาติได้ง่ายขึ้นด้วย

SGH-Forum-Climate-Change-and-Dengue

จากการที่ได้ทำงานวิจัยโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในอายุของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่พบโรคนี้ในผู้ใหญ่มากขึ้น เมื่อผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีมีอายุมากจะส่งผลต่อความรุนแรงของโรคได้มากขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความเสื่อมถอยของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ตลอดจนมีโรคร่วมอื่น ๆ ทำให้ไวรัสเดงกีก่อให้เกิดโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่รุนแรงได้ง่ายขึ้น อาทิ เกิดภาวะตับวาย ไตวาย เป็นต้น คลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่ความรู้นี้ออกไปเพื่อให้เกิดการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกี อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นโรคแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดโรครุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต คลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังทำงานวิจัยตรงนี้ร่วมกับเครือข่ายเป็นอย่างมาก สำหรับการป้องกันที่สำคัญ ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีและการควบคุมป้องกัน พาหะนำโรคคือ ยุง ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญอย่างยิ่ง แม้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั่วโลกพบกับภาวะ โลกร้อน ทำให้ยุงและแมลงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก องค์การสหประชาชาติได้จัด “The UN Climate Change Conference” กันทุกปี ประเทศใหญ่ ๆ ต้องช่วยกันลดภาวะโลกร้อน แม้ว่าเราจะเป็นประเทศเล็ก เราก็ต้องเข้าไปมีบทบาทอยู่ในเวทีโลก เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งหลาย ๆ ประการที่นำไปสู่เวทีโลกได้

“โดยในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา
มีการระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสเดงกีหนักมาก
และพบว่าการระบาดยังคง
หนักมากในฤดูที่มีอากาศเย็น
ทำให้สามารถคาดได้ว่า
ปีถัดไปคือ พ.ศ. 2567

โรคระบาดจะหนักยิ่งกว่า
เพราะฉะนั้นต้องรีบหาทาง
ป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ”

จากการที่ได้เป็นที่ปรึกษาของสำนักควบคุมโรคติดต่อของ กทม. ซึ่งมีกิจกรรมการประชุมวิชาการกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน กทม. ตลอดจนกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหาทางควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี อย่างเป็นรูปธรรมนับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก กทม. เองมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยุง เป็นโมเดลที่ดี สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่เสียชีวิตใน กทม. จะเป็นเด็กโตและผู้ใหญ่ โดยในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีหนักมาก และพบว่าการระบาดยังคงหนักมากในฤดูที่มีอากาศเย็น ทำให้สามารถคาดได้ว่าปีถัดไปคือ พ.ศ. 2567 โรคจะระบาดหนักยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นต้องรีบหาทางป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ข้อที่น่ากังวลอีกประการหนึ่งคือ เมื่อผู้ใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี อาจจะไม่ไปพบแพทย์ทันที โดยอาจไปพบแพทย์เมื่อเป็นไข้หลายวันแล้ว ซึ่งอาจเป็นอันตรายมากขึ้น อย่างน้อยควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเบื้องต้น ซึ่งถ้าพบว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีจะได้ระมัดระวังทั้งการรับประทานยา การดูแลตนเอง เพราะฉะนั้น เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้เกิดความตระหนักตรงนี้

ส่วนตัวมองว่าองค์กรด้านวิชาการของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดเจนในระดับนานาชาติ คือ การก่อตั้งคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งก่อตั้งและริเริ่มโดย ศ.เกียรติคุณนพ.จำลอง หะริณสุต และ ศ.เกียรติคุณ พญ.คุณหญิงตระหนักจิต หะริณสุต ซึ่งมุ่งไปทางโรคเขตร้อนนานาชาติ มีชาวต่างประเทศเข้ามาเรียนรู้มาก แล้วกลับไปสร้างองค์กรด้านวิชาการอายุรศาสตร์เขตร้อนในแต่ละประเทศของตนเอง นับเป็นคุณูปการอย่างสูงที่อาจารย์ทั้งสองท่าน ได้ก่อตั้งคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลขึ้น


ประสบการณ์การทำงานทางด้านโรคเอดส์

การที่ได้ดูแล เด็กแรกเกิดที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีรายแรกในประเทศไทยซึ่งคลอดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ตลอดจนการได้รับทุนจาก Pediatric AIDS Foundation ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปฝึกอบรมเกี่ยวกับโรคเอดส์ในเด็ก ณ National Institutes of Health, Bethesda, Maryland  ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2537 ทำให้เป็นแรงบันดาลใจไปสู่การทำทุกวิถีทางในการป้องกันโรคเอดส์ในเด็กเมื่อครั้งเป็นประธานฝ่ายการแพทย์โครงการลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในระหว่างการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และรองประธาน UNAIDS Collaborating Centre at the Thai Red Cross AIDS Research Centre ระหว่างปี พ.ศ. 2541-2551 จึงนำไปสู่โครงการที่ได้รับการยกย่องในเวทีโลกว่า ประเทศไทยสามารถลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย ซึ่งกว่าจะฟันฝ่าตรงนั้นมาได้ ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี  

 

“ทำไมต้องถึงระดับโลก
อย่างน้อยก็จะเป็น
การทำประโยชน์ได้ในวงกว้าง
มีผู้สนใจติดตามการทำงาน
และผลงานมากขึ้น
ถ้าสำเร็จก็จะได้รับการยอมรับ
ว่าได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ
และมีการนำไปพัฒนาต่อยอด
เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้


งานวิจัยของไทย ควรไปถึงระดับโลกหรือไม่อย่างไร

Dengue-2023

ส่วนตัวเห็นว่า เราควรก้าวเข้าไปทำงานในระดับโลก ในทุก ๆ เรื่องที่ทำได้ จริงอยู่ว่าประเทศไทยอาจถูกมองว่าเป็นประเทศเล็ก แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น มีหลาย ๆ เรื่องที่เราสามารถพัฒนาไปถึงระดับโลกได้ ถามว่าทำไมต้องถึงระดับโลก อย่างน้อยก็จะเป็นการทำประโยชน์ได้ในวงกว้าง มีผู้สนใจติดตามการทำงานและผลงานมากขึ้น ถ้าสำเร็จก็จะได้รับการยอมรับ ว่าได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ และมีการนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสามารถทำให้การรักษาหรือการดูแลสุขภาพดีขึ้น การพูดจาสื่อสารขอความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ก็จะสะดวกมากขึ้น ในทางปฏิบัติเราอาจจะเริ่มที่ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค จนไปถึงในระดับโลก แม้ว่าเราจะไปถึงระดับโลกหรือไม่ก็ตาม เราก็จะพัฒนาความสามารถ มุมมอง องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในเรื่องเหล่านั้นมากขึ้นตลอดทาง อย่างเมื่อครั้งที่เป็นประธานฝ่ายการแพทย์โครงการลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พอก้าวขึ้นไปในระดับเอเชียและระดับโลก จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า การบริหารจัดการไม่ใช่เรื่องทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว การแก้ปัญหาโรคเอดส์ ต้องมีเรื่องของกฎหมาย สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็กและอื่น ๆ ซึ่งต้องประสานกันทั้งหมด การแพทย์อย่างเดียวไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้


ประสบการณ์ชีวิต สำคัญอย่างไรกับแพทย์รุ่นใหม่

จริงอยู่ที่ปัจจุบันโอกาสในเวทีโลกของแพทย์ไทย มีมากกว่าสมัยก่อนมาก เพราะมีช่องทางการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ดี ๆ ช่องทางการสื่อสารกับเพื่อน กับผู้รู้ หรือผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกันทั้งในและต่างประเทศได้มากกว่า ขณะที่สมัยก่อนเกือบทุกเรื่องต้องเรียนรู้จากอาจารย์เป็นส่วนใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้สนใจเรื่องอะไร หัวข้อไหนก็สามารถค้นหาเบื้องต้นได้เองเลย แต่การมีความรู้อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องมีอย่างอื่นด้วย เช่น มีทักษะชีวิตตรงนี้สำคัญมาก แพทย์รุ่นใหม่ต้องหาตรงนี้ให้เจอด้วย การที่ได้ไปเห็น ได้ไปทำอะไรหลาย ๆ อย่าง จะสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตตนเองได้        

สมาคมแพทย์สตรี-2566 

สำหรับแพทย์รุ่นใหม่ที่อาจจะคิดว่าครูบาอาจารย์ดูไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ ตรงนี้อยากจะบอกว่าอาจารย์แต่ละท่าน กว่าจะมีความชำนาญในเรื่องนั้น ๆ ได้ ต้องผ่านการสะสมประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนาน ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือแล้วทำได้ทันที เพราะต้องผ่านการปฏิบัติ ซึ่งก็มีทั้งผลสำเร็จและไม่สำเร็จ ต้องผ่านอุปสรรคในเรื่องเหล่านั้นมาในระดับหนึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เหมาะสม การเรียนรู้ประสบการณ์เหล่านี้มีประโยชน์มาก ขอขยายความถึงทักษะชีวิตสักนิดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับแพทย์รุ่นใหม่ ๆ ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยก็พยายามให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น ฝ่ายกิจการนิสิตหรือนักศึกษาจะมีกิจกรรมให้ทำหลาย ๆ อย่าง การเลี้ยงดูจากครอบครัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง สมัยเป็นเด็กคุณพ่อคุณแม่หยิบยื่นโอกาสให้เป็นอย่างมาก ได้เรียนรู้มากมาย ได้เล่นดนตรีสากล แล้วก็มาเล่นดนตรีไทย เมื่อมาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับกีฬาก็เล่นมาหลายอย่างและเป็นตัวแทนวิ่งแข่งระดับมหาวิทยาลัยหลายรายการ ก็ผ่านการฝึก การรู้แพ้รู้ชนะในแต่ละด้านมา พอมาทำงานก็ทำงานเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อโดยเฉพาะ เอช ไอ วี และ โรคติดเชื้อไวรัสเดงกีก็มีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ ก็ต้องเอาทักษะชีวิตที่มีมาปรับใช้ด้วย  

 

 

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก