กรมควบคุมโรค กองโรคติดต่อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข
ชมรมแลปโตสไปโรสิสแห่งประเทศไทย
โรคเลปโตสไปโรสิสเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ติดต่อโดยการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนกับปัสสาวะของสัตว์ที่ป่วยหรือเป็นพาหะนำโรค เช่น หนู โค กระบือ สุกร สุนัข แพะ แกะ โรคนี้พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในประเทศเขตร้อน รวมทั้งประเทศไทยพบบ่อยในช่วงฤดูฝนหรือเมื่อเกิดน้ำท่วม ประชากรกลุ่มเสี่ยง คือ เกษตรกร คนที่ทำงานบริเวณที่ชื้นแฉะ มีน้ำท่วมขัง หรือใช้แหล่งน้ำร่วมกับสัตว์เลี้ยง รวมทั้งคนที่มีกิจกรรมสันทนาการทางน้ำ เช่น ว่ายน้ำ อาการของโรคมีตั้งแต่เป็นไข้ปวดเมื่อยตามตัว ปวดน่อง จนกระทั่งอาการรุนแรง ตัว/ตาเหลือง ไตวายฉับพลัน การหายใจล้มเหลว เลือดออกในปอดและเสียชีวิตได้
องค์การอนามัยโลก (WHO) แบ่งอาการและอาการแสดงของโรคเลปโตสไปโรสิส เป็น
- อาการไม่รุนแรงคือ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ
- อาการรุนแรง หรือ Weil’s syndrome คือ มีไข้ ตัว/ตาเหลือง ไตวายฉับพลันเลือดออกผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและหัวใจเต้นผิดปกติ
- อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ/เนื้อสมองอักเสบ (meningitis/meningoencephalitis)
- อาการเลือดออกในปอด (lung hemorrhage) และการหายใจล้มเหลว (respiratory failure)
เนื่องจากอาการของผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรสิสในระยะแรกมีความคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้ออื่น ๆ และการตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการทั่วไป (Rapid diagnostic test: RDT) มักมีความไวต่ำในช่วงแรกของการดำเนินโรค การตรวจ PCR ได้ผลรวดเร็วแต่ไม่สามารถทำได้ในโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งการวินิจฉัยโรคและการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต จากเหตุผลดังกล่าว จึงมีการจัดทำแนวทางการคัดกรอง ตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรสิส สำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยคัดกรอง วินิจฉัยเบื้องต้น (Presumptive diagnosis) นำไปสู่การเริ่มรักษาผู้ป่วยก่อนที่ผลการตรวจยืนยันจะรายงานผล (Confirmatory test) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต
Guidelines Leptospirosis

