Category : Public Health News
คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบเพิ่มยา 3 รายการ ได้แก่ ยาเลนาลิโดไมด์ (Lenalidomide) ยาเบนดามัสทีน...
ปลัด สธ. กำชับหน่วยงานเฝ้าจับตาผลกระทบ ‘ตะวันออกกลาง’
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ติดตามการจัดระบบบริการและการบริหารทรัพยากรเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พบว่าบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยา เวชภัณฑ์ และวัสดุการแพทย์ยังเพียงพอ แต่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนจากค่าขนส่งที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต กำชับทุกหน่วยงานติดตามสต็อกอย่างใกล้ชิด เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน 2 มิถุนายน พ.ศ.2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. เผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 7 ว่า ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 30 พฤษภาคม พ.ศ.2569 มีผู้ป่วยใช้บริการ Telemedicine รวม 683,038 ครั้ง คิดเป็น 7.39% จากผู้ป่วยนอกทั้งหมด โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนที่มีการใช้บริการเพิ่มขึ้น 15% กำชับหน่วยบริการให้ดำเนินการตามแนวทางมาตรฐาน โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังอาการคงที่ ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ แต่คาดว่าผลกระทบจากสงครามและค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้น 10-15% จึงสั่งให้รายงานปริมาณคงคลังทุก 3 สัปดาห์ และหากพบการขาดแคลนต้องรายงานทันที......
สธ. ฟังความเห็น กม.แยกตัวจาก ก.พ. 5 ประเด็น แก้ปัญหา ‘คน-ค่าตอบแทน’
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการสาธารณสุข พ.ศ. … หรือร่าง พ.ร.บ. ก.สธ. ซึ่งเป็นกฎหมายแยกการบริหารงานบุคคลของ สธ. ออกจากสำนักงาน ก.พ. แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร ความเหลื่อมล้ำด้านวิชาชีพ ค่าตอบแทน และสวัสดิการ โดยเปิดรับฟังระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน พ.ศ.2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมายและเว็บไซต์ สธ. 11 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัด สธ. ปฏิบัติราชการแทนปลัด สธ. ลงนามหนังสือประชาสัมพันธ์เชิญชวนบุคลากรในสังกัดร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ซึ่งระบุว่า ระบบบริหารงานบุคคลเดิมยังมีข้อจำกัด ไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ต้องการความคล่องตัวสูง จึงมีแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการข้าราชการสาธารณสุข หรือ ก.สธ. พร้อมสำนักงานรองรับการดำเนินงาน เพื่อกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การบริหารบุคลากรที่เหมาะสมกับบริบทของกระทรวงสาธารณสุขมากขึ้น สำหรับประเด็นสำคัญของร่างกฎหมาย มี......
กรมบัญชีกลางอัปเดต ‘ค่ารังสีร่วมรักษา’ สิทธิ ขรก. เพิ่ม 1,277 รายการ
กรมบัญชีกลางปรับปรุงอัตราค่าบริการ ‘รังสีร่วมรักษา’ สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐ สอดคล้องกับเทคโนโลยีทางการแพทย์และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของข้าราชการและครอบครัว โดยยกเลิกรายการอัตราค่าบริการเดิมบางส่วน และกำหนดรายการเบิกจ่ายใหม่รวม 1,277 รายการ มีผลบังคับใช้กับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2569 เป็นต้นไป 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มีหนังสือที่ กค. 0416.2/ว 382 แจ้งไปยังหัวหน้าส่วนราชการและผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในหมวดค่าหัตถการและวิสัญญี ด้านรังสีร่วมรักษา โดยมีการยกเลิกรายการเดิมจากหนังสือเวียนปี 2559 ในส่วนรังสีร่วมรักษาแบบ Non-vascular Intervention จำนวน 3 รายการ และ Vascular Intervention and Other Interventions จำนวน 4 รายการ รวมถึงยกเลิกรายการด้านรังสีวินิจฉัยบางรายการจากหนังสือเวียนปี 2563 เพื่อปรับโครงสร้างรายการให้ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวทางการรักษาในปัจจุบัน นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดรายการอัตราค่าบริการสาธารณสุขด้านรังสีร่วมรักษาชุดใหม่จำนวน 1,277 รายการ เพื่อรองรับเทคโนโลยีและหัตถการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น......
สปสช. เห็นชอบเพิ่มอัตราจ่าย ‘ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ’ ผู้ป่วยบัตรทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) เผย บอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบบัตรทอง 30 บาท สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาจริง เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยโรครุนแรงเข้าถึงการรักษาที่มีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง โดยใช้งบประมาณที่ประหยัดได้จากการปรับลดอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันมาบริหารจัดการ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สธ. และประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เผยผลการประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งเห็นชอบข้อเสนอของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทยให้ปรับอัตราชดเชยบริการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยปรับค่าเตรียมตัวก่อนผ่าตัดสำหรับผู้รับบริจาคเป็น 40,000 บาท/ราย และผู้บริจาคที่มีชีวิตเป็น 45,000 บาท/ราย ปรับค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็น 600,000 บาท/ราย และค่าปลูกถ่ายตับในเด็กเป็น 660,000 บาท/ราย ส่วนการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ แยกเป็นค่าผ่าตัดตับจากผู้รับบริจาค 200,000 บาท/ราย และค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 660,000 บาท/ราย นอกจากนี้ ยังเพิ่มการชดเชยค่าป้องกันและรักษาภาวะติดเชื้อ CMV หลังปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยกำหนดอัตราชดเชยสำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ......
กรมการแพทย์แผนไทยฯ แจงกฎกระทรวงใหม่ ‘กัญชา’ ใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย และแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ.2569 โดยกำหนดให้สถานประกอบการที่ขออนุญาตได้ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย คุมเข้มการใช้ช่อดอกกัญชาผ่านระบบใบสั่งจ่ายและมาตรการควบคุมเฉพาะ เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน 16 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชี้แจงว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่มีเป้าหมายให้การจัดการกัญชาทางการแพทย์อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีมาตรฐาน โดยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน ยังสามารถใช้ช่อดอกกัญชารักษาผู้ป่วยได้ แต่ต้องจ่ายผ่านใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท.33) ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง และเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ 1 ปี นอกจากนี้ สถานประกอบการต้องมีบุคลากรผ่านการอบรมด้านกัญชาทางการแพทย์ประจำตลอดเวลาทำการ รวมถึงต้องจัดเก็บช่อดอกเป็นสัดส่วน ไม่ให้สัมผัสพื้น และติดตั้งระบบกำจัดกลิ่นหรือควันที่มีประสิทธิภาพ หากผู้รับอนุญาตเคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต อาจไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตอีก ด้าน นพ.พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ระบุว่า กรมฯ มีหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะ ‘ช่อดอกกัญชา’ ในฐานะสมุนไพรควบคุม ผู้ที่ต้องการศึกษาวิจัย ส่งออก......
ยกระดับป้องกัน ‘อีโบลา’ กักกัน-แยกกักผู้เดินทางจาก ‘ดีอาร์คองโก-ยูกันดา’
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเพิ่มมาตรการควบคุมและป้องกัน หลัง WHO ประกาศให้การระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ...
สธ. ชี้ ‘ใบส่งตัวออนไลน์’ ใช้แทนแบบกระดาษได้ ไม่จำเป็นต้องมี ‘หมอพร้อม’
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า ‘ใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์’ ใช้แทนใบส่งตัวกระดาษได้ตามระเบียบอย่างถูกต้องโดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชันหมอพร้อมหรือบัญชีไลน์ สามารถใช้ระบบส่งต่อผู้ป่วยได้ตามปกติ ภายใต้นโยบายสาธารณสุขดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา ลดความแออัด และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วยทั่วประเทศ หากมีแอปฯ หมอพร้อมจะสามารถเก็บและต่ออายุใบส่งตัวได้สะดวกขึ้น 10 พฤษภาคม 2569 ดร. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด สธ. และโฆษก สธ. กล่าวถึงกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับข้อจำกัดของใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ว่า โดยเน้นย้ำว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน Health ID หรือใช้แอปฯ หมอพร้อมจึงจะได้รับการส่งต่อ แต่หากมีแอปฯ จะสามารถเข้าถึงใบส่งตัวในรูปแบบดิจิทัลได้สะดวกขึ้น ขณะที่ระบบ MOPH Refer ใช้มาตรฐานลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัยระดับเดียวกับธุรกรรมธนาคาร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบส่งต่อเดิมและระบบ HIS ของโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ทันที นอกจากนี้ สธ. ยังขยายความร่วมมือด้านระบบส่งต่อกับโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ รองรับการส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัดในอนาคต ผู้ป่วยที่มีใบส่งตัวอยู่แล้วสามารถต่ออายุผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตนเอง......
คกก.โรคติดต่อฯ กำหนด ‘โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติเห็นชอบกำหนด ‘โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 หลังประเมินว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง อาจแพร่ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ และบางสายพันธุ์ติดต่อจากคนสู่คนได้ พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเข้มงวด ทั้งการรายงานผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง การสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมง และกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนาน 42 วัน 15 พฤษภาคม พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมายให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศ สธ. เพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายในการแยกกัก กักกัน และสอบสวนโรคได้ทันที ทั้งนี้ โรคดังกล่าวมีอาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย รวมถึงอาการทางระบบทางเดินอาหาร......
รัฐผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะวัยทำงาน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
รัฐบาลร่วมกับ 6 หน่วยงานหลัก ‘สาธารณสุข – มหาดไทย – แรงงาน – อุตสาหกรรม – การอุดมศึกษาฯ – สสส.’ เดินหน้ายกระดับสุขภาวะประชากรวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน ผ่านความร่วมมือด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน ภายใต้แนวคิด ‘Be Healthy More Productivity (สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม)’สร้างแรงงานที่มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการเจ็บป่วย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 30 เมษายน พ.ศ.2569 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดมหกรรมรณรงค์ สร้างกระแส ‘สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม’ พร้อมพิธีลงนาม MOU ระหว่าง 6 หน่วยงานภาคีเครือข่าย นายแพทย์สมฤกษ์กล่าวว่า ประชากรวัยทำงานอายุ......

