CIMjournal

เรื่องที่แพทย์สาขาโรคติดเชื้อ …ควรติดตาม เดือน พ.ค. – ส.ค. 2568

.
นพ.รุจิภาส สิริจตุภัทร

รศ. นพ. รุจิภาส สิริจตุภัทร
สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ข้อมูลด้านโรคติดเชื้อที่น่าสนใจ ได้แก่

1. Baloxavir for Influenza Prevention

การศึกษาวิจัยระยะที่ 3b ในหลายประเทศ ระหว่างปี 2019 ถึง 2024 ได้ประเมินประสิทธิภาพของ baloxavir marboxil (baloxavir) ในการป้องกันการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ภายในครัวเรือน (household contact) การศึกษานี้มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันผลจำนวน 1,457 ราย (อายุ 5–64 ปี) และผู้สัมผัสภายในครัวเรือน จำนวน 2,681 ราย โดยมีการสุ่มแบ่งกลุ่มให้ได้รับ baloxavir (single dose) หรือ placebo ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มแสดงอาการ

ผลการศึกษา
  • อัตราการแพร่เชื้อที่ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการ (laboratory-confirmed influenza) ภายใน 5 วันลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่ได้รับ baloxavir (9.5%) เมื่อเทียบกับกลุ่ม placebo (13.4%) โดยมี adjusted odds ratio (OR) เท่ากับ 0.68 (95.38% confidence interval (CI): 0.50–0.93, p=0.01) และมี adjusted relative risk reduction เท่ากับ 29% (95.38% CI: 12 to 45)
  • การแพร่เชื้อที่ทำให้เกิดอาการคิดเป็น 5.8% ในกลุ่ม baloxavir เทียบกับ 7.6% ในกลุ่ม placebo (adjusted OR: 0.75; 95.38% CI: 0.50 to 1.12; p=0.16) ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  • พบสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ดื้อต่อยาในผู้ป่วยที่ได้รับ baloxavir 7.2% (95% CI: 4.1 to 11.6) แต่ไม่พบในผู้สัมผัสภายในครัวเรือน
  • ผู้สัมผัสส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่น่ากังวล

ผู้วิจัยเสนอว่า baloxavir อาจเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ในฐานะ post-exposure prophylaxis (PEP) โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ก่อนที่จะมีวัคซีนใช้งาน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงย้ำว่า วัคซีนเป็นแนวทางหลักในการป้องกัน โดยที่ยาต้านไวรัสควรใช้เป็นเครื่องมือเสริมในการควบคุมโรค

ที่มา Monto AS, Kuhlbusch K, Bernasconi C, et al. Efficacy of Baloxavir Treatment in Preventing Transmission of Influenza. N Engl J Med. 2025 Apr 24;392(16):1582-1593. doi: 10.1056/NEJMoa2413156.


2. Updated Tuberculosis (TB) Treatment Guidelines (By ATS/CDC/ERS/IDSA)

จากแนวทางการรักษาวัณโรคล่าสุดของปี 2025 โดยปรับปรุงและสรุปตามข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกใหม่ ๆ ได้เสนอให้มีระยะเวลาการรักษาที่สั้นลงสำหรับวัณโรคที่ไม่ดื้อต่อยาและวัณโรคที่ดื้อต่อยา นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงวัณโรคที่ไม่รุนแรงในเด็ก ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวสามารถได้รับประโยชน์จากการรักษาที่เป็นไปอย่างสะดวกและใช้เวลาน้อยกว่าเดิมในการรักษา (ตารางที่ 1) ทั้งนี้แพทย์ควรประเมินคุณสมบัติของผู้ป่วยตามเกณฑ์เฉพาะ (เช่น ความรุนแรงของวัณโรค การรักษาก่อนหน้านี้ หรือปัจจัยเสี่ยง) และพิจารณาการทดสอบความดื้อต่อยาต้านจุลชีพ เช่น fluoroquinolone และยาอื่น ๆ ในสูตรการรักษา

ตารางที่ 1 Recommended Drug RegimensRecommended Drug Regimensที่มา https://www.atsjournals.org/doi/10.1164/rccm.202410-2096ST


3. Once-Yearly Lenacapavir for HIV Prevention

การศึกษา ระยะที่ 1 แบบ open-label เพื่อประเมินเภสัชจลนศาสตร์และความปลอดภัยของ lenacapavir สูตรฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบปีละครั้ง จำนวน 2 สูตร (สูตรที่ 1 ประกอบด้วย 5% ethanol โดยน้ำหนัก และ สูตรที่ 2 ประกอบด้วย 10% ethanol โดยน้ำหนัก) สำหรับใช้เป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีแบบก่อนสัมผัส (pre-exposure prophylaxis, PrEP) โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 40 คน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่สุขภาพดี อายุระหว่าง 18–55 ปี ได้รับยา lenacapavir ขนาด 5000 มก. ครั้งเดียว พบว่า ทั้งสองสูตรสามารถคงระดับความเข้มข้นของยาในพลาสมาได้สูงกว่าเกณฑ์ที่สัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่เคยรายงานในการศึกษา Phase 3 (PURPOSE 1 และ PURPOSE 2) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 56 สัปดาห์ โดยระดับ median trough ที่สัปดาห์ที่ 52 อยู่ที่ 57.0 ng/mL สำหรับสูตรที่ 1 และ 65.6 ng/mL สำหรับสูตรที่ 2 ซึ่งสูงกว่าค่าที่ได้จาก lenacapavir แบบฉีดใต้ผิวหนังปีละ 2 ครั้ง (23.4 ng/mL ที่สัปดาห์ที่ 26)

ด้านความปลอดภัย lenacapavir ทั้งสองสูตรได้รับการยอมรับอย่างดี โดยไม่พบสัญญาณความเสี่ยงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับยา อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ อาการปวดบริเวณที่ฉีด (80% ในสูตรที่ 1 และ 75% ในสูตรที่ 2) ซึ่งส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับน้อยถึงปานกลางและหายภายในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งยังสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นก่อนฉีดยา

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ lenacapavir แบบฉีดปีละครั้ง ในฐานะยา PrEP ที่มีฤทธิ์ยาวนาน ใช้ง่าย และมีความปลอดภัยเหมาะสม ซึ่งทางผู้วิจัยมีแผนจะดำเนินการศึกษาระยะที่ 3 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เพื่อยืนยันผลลัพธ์เพิ่มเติมในประชากรกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

ที่มา Jogiraju V, Pawar P, Yager J, et al. Pharmacokinetics and safety of once-yearly lenacapavir: a phase 1, open-label study. Lancet. 2025 Apr 5;405(10485):1147-1154. doi: 10.1016/S0140-6736(25)00405-2.


4. Clinical Dilemmas in Infectious Diseases Series

ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวซีรี่ส์ใหม่ในวารสาร Clinical Infectious Diseases ภายใต้ชื่อ Clinical Dilemmas in Infectious Diseases ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์กรณีศึกษาทางคลินิกที่ซับซ้อนในสาขาโรคติดเชื้อ โดยเน้นทักษะด้านการให้เหตุผลทางคลินิก (clinical reasoning) ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอจะใช้รูปแบบ clinical problem-solving โดยเปิดเผยข้อมูลคนไข้เป็นลำดับ (aliquots) ให้ผู้ร่วมอภิปรายวิเคราะห์ตอบแบบเรียลไทม์ กรณีศึกษาที่นำเสนอจะมุ่งเน้นความท้าทายด้านการวินิจฉัยและการจัดการที่มักพบในเวชปฏิบัติของแพทย์โรคติดเชื้อ ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือในสถานการณ์ที่ข้อมูลทางวิชาการมีจำกัดหรือขัดแย้งกัน

ผู้ที่ต้องการส่งบทความเข้าซีรี่ส์นี้ต้องยื่นคำร้องเบื้องต้น (pre-submission inquiry) ไปยังบรรณาธิการก่อน เพื่อขออนุมัติให้นำเสนอบทความฉบับเต็ม โดยเนื้อหาต้องเน้นประเด็นการใช้เหตุผลทางคลินิกมากกว่าการรายงานกรณีทั่ว ๆ ไป

โดยภาพรวม ซีรีส์นี้เป็นรูปแบบใหม่ที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามมาก

รูปแบบบทความที่สำคัญ
  • ความยาวไม่เกิน 2,500 คำ
  • แบ่งกรณีศึกษาออกเป็น 4–7 ส่วน โดยมีคำตอบจากผู้สนทนา
  • ไม่มีบทสรุปหรือบทคัดย่อ
  • เอกสารอ้างอิงไม่เกิน 15 รายการ รูปภาพไม่เกิน 3 ภาพ ตารางไม่เกิน 1 ตาราง
  • จำนวนผู้เขียนไม่เกิน 5 คน เน้นความหลากหลายของผู้เขียน
  • ผู้สนทนาไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในโรคที่เป็นผลวินิจฉัยสุดท้าย
  • ต้องปรับปรุงกรณีศึกษาเพื่อไม่ให้มีข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ที่มา https://academic.oup.com/cid/pages/clinical-dilemmas

 

งานประชุมสาขาโรคติดเชื้อที่น่าสนใจ เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568

 

 

APACC-2025

Asia-Pacific AIDS & Co-Infections Conference (APACC) 2025 |  12 – 14 June 2025, Tokyo, Japan

 

ASM-microbe-2025

ASM Microbe 2025 |  19 – 23 June 2025, Los Angeles, USA

 

IAS 2025

International AIDS Society (IAS) 2025 |  13 – 17 July 2025, Kigali, Rwanda

 

ICPIC 2025

International Conference on Prevention and Infection Control (ICPIC) 2025 | 16 – 19 September 2025, Geneva, Switzerland

 

EACS 2025

European AIDS Conference 2025 |  15 – 18 October 2025, Paris, France

 

IDWEEK 2025

IDWeek 2025 |  19 – 22 October 2025, Atlanta, Georgia, USA

 

WSPID 2025

World Congress of the World Society for Pediatric Infectious Diseases (WSPID) 2025 |  28 – 31 October 2025, Bangkok, Thailand

 

APCCMI 2025

Asia Pacific Congress of Clinical Microbiology and Infection (APCCMI) 2025 |  2 – 4 November 2025, Bangkok, Thailand

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก