คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มูลนิธิป้าทองคำ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดผลวิจัยเรื่อง “การพัฒนาแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่ดื้อต่อยาต้านไวรัสตับอักเสบ ซี โดยใช้ข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ ตรวจหาปริมาณไวรัส แอนติบอดีและแอนติเจนต่อไวรัสตับอักเสบและการกลายพันธุ์” โดยมีการแถลงข่าวผลการวิจัยภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ณ อาคารหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยหลักเปิดเผยผลวิจัยเชิงลึกว่า โมเดล จ.เพชรบูรณ์ สะท้อนความสำเร็จเชิงประจักษ์ในการบูรณาการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ระดับปฐมภูมิ และการรักษาด้วยยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ตรง (DAA) ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 97.3 พิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านระบบสาธารณสุขและศักยภาพในการกวาดล้างโรคไวรัสตับอักเสบซีให้สำเร็จตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในปี พ.ศ. 2573
ผลการศึกษายืนยันว่าอัตราความล้มเหลวในการรักษาไม่ได้เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส แต่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ยาและภาวะของโรคของผู้ป่วย ซึ่งระบบสาธารณสุขสามารถแก้ไขและจัดการได้ด้วยการปรับสูตรยาหรือเพิ่มระยะเวลาในการรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
“สำหรับทิศทางและแนวทางการดำเนินงานในอนาคต เสนอให้มุ่งเน้นการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นแหล่งสะสมโรคจากอดีต ควบคู่ไปกับการวางระบบป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปลอดโรคได้อย่างยั่งยืน” ศ.นพ.ยง กล่าวทิ้งท้าย
แหล่งข้อมูล : https://www.hsri.or.th/news/1/4786

