ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิปี 2570 ดูแลประชาชนกว่า 10.6 ล้านคน ครอบคลุม 108 อำเภอ ใน 76 จังหวัด หลังผลนำร่อง 97 แห่ง ก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จ ประชาชนกว่าร้อยละ 85 สามารถรับคำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์และ LINE OA ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ และประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางให้ประชาชนนับล้านบาท
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการปฐมภูมิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ครั้งที่ 2/2569 ว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งยกระดับบริการสุขภาพใกล้บ้านเพื่อให้ประชาชนทุกคนมี “หมอประจำตัวและทีมสุขภาพ” ดูแลอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานโครงการนำร่องบริการปฐมภูมิปี 2569 ในหน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ 97 แห่ง ใน 12 เขตสุขภาพ
ทั้งการจัดระบบสายด่วนแพทย์ ให้คำปรึกษาผ่าน LINE OA การทำทะเบียนประวัติสุขภาพดิจิทัล (MOPH-PHR) การจัดทำแผนดูแลรายบุคคลสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และการออกเยี่ยมบ้านเชิงรุก พบว่าระบบการให้คำปรึกษาสุขภาพผ่านทางโทรศัพท์และ LINE OA ลดระยะเวลาให้คำปรึกษาเฉลี่ยจาก 13 นาที เหลือเพียง 8 นาที ช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล เพิ่มเวลาให้บุคลากรดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็นมากกว่า และเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่สำคัญ คือ ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนได้ถึงร้อยละ 85.3 ประหยัดค่าเดินทาง เวลา และค่าใช้จ่ายในการรับบริการที่โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น รวมมูลค่าประมาณ 4.87-9.26 ล้านบาท
ปี 2570 เตรียมขยายผลการบริหารจัดการงบบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่ไปยังพื้นที่เป้าหมาย 108 อำเภอใน 76 จังหวัด ครอบคลุมประชากร 10,647,227 คน (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 7.17 ล้านคน และสิทธิอื่น ๆ 3.47 ล้านคน) โดยให้หน่วยบริการแยกบัญชีรับค่าบริการสาธารณสุข กรณีงบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ควบคุมกำกับและจัดเก็บข้อมูลทางการเงินได้อย่างชัดเจน เป็นระบบ
แหล่งข้อมูล : https://pr.moph.go.th//online/index/news/349497

