CIMjournal
banner obesity

Weight reduction to Reduce Cardiovascular Mortality in Overweight/Obese Patients


พญ. พัชญา บุญชยาอนันต์ผศ. (พิเศษ) พญ. พัชญา บุญชยาอนันต์

สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


สรุปการประชุมวิชาการประจำปี พ.ศ. 2567 สมาคมโรคหลอดเลือดแดงแห่งประเทศไทย วันที่ 26 มกราคม 2567

 

โรคอ้วนหรือภาวะอ้วน หมายถึง สภาวะที่ร่างกายมีการสะสมปริมาณไขมันมากกว่าปกติ โรคอ้วนนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคเรื้อรังต่าง ๆ อีกมาก เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease, CVD) และนำไปสู่อัตราการตายที่เพิ่มมากขึ้น ในบทความนี้จะกล่าวถึงการลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ยารักษาโรคอ้วน และการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก ว่ามีผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดและอัตราการตายได้อย่างไร


กลไกการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคอ้วน(1)

มีหลายปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคอ้วน โดยกลไกหลักคือผ่านทางการเกิด atherosclerosis และปัจจัยที่ส่งเสริมต่างๆสรุปได้ดังนี้

  1. การเพิ่มขึ้นของ visceral fat deposition สัมพันธ์กับการเกิด insulin resistance และ chronic low-grade inflammation
  2. Dyslipidemia โดยเฉพาะรูปแบบ atherogenic dyslipidemia ที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มี insulin resistance ลักษณะคือมีการเพิ่มขึ้นของ VLDL, triglycerides, small dense LDL ร่วมกับการลดลงของ HDL
  3. Hypertension หรือความดันโลหิตสูง และ Type 2 diabetes หรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มักพบร่วมด้วย
  4. การเพิ่มขึ้นของ inflammatory cytokines เช่น TNF-α, interleukin-1 (IL-1) , IL-6, leptin, resistin, MCP-1, plasminogen activator inhibitor-1, CRP, fibrinogen , angiotensin, visfatin, RBP-4 ซึ่งทำให้เกิด inflammatory response ที่ผนังหลอดเลือดได้
  5. Endothelial dysfunction และภาวะ hypercoagulability
    การลดน้ำหนักตัวนั้นพบว่ามีประโยชน์ แม้กระทั่งการลดน้ำหนักตัวเพียงร้อยละ 5 – 10 ก็สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และช่วยให้โรคร่วมต่างๆ ดีขึ้นได้ การรักษาโรคอ้วนในปัจจุบันโดยการทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พบว่าสามารถลดน้ำหนักตัวได้ประมาณ ร้อยละ 5 – 10 การใช้ยารักษาโรคอ้วนหรือยาลดน้ำหนักตัว สามารถลดน้ำหนักตัวได้ประมาณ ร้อยละ 8 – 15 ส่วนกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักตัวได้ประมาณ ร้อยละ 20 – 30


หลักฐานของการลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีต่าง ๆ ต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดและอัตราการตาย

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle modification)
การศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ Look AHEAD(2) เป็นการศึกษาผลของการลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มข้น (Intensive Lifestyle modification) ผู้เข้าร่วมการศึกษานั้นเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือมีโรคอ้วนร่วมด้วย ในช่วง 6 เดือนแรกที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มข้น พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาสามารถลดน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยได้ถึงร้อยละ 7 – 10 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่น้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ การเปรียบที่ที่ระยะเวลา 1 – 2 ปี พบว่ากลุ่มที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มข้น มีระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น ค่าไขมันในเลือดที่ดีขึ้น และโรคร่วมต่างๆ อาทิเช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม แต่ในการติดตามในระยะยาว 5 – 10 ปีเพื่อดูผลต่อ cardiovascular outcomes ในแง่ต่างๆ ไม่พบว่าแตกต่างจากกลุ่มควบคุม แต่ทั้งนี้ในกลุ่มที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มข้นนั้น ไม่สามารถรักษาน้ำหนักตัวที่ลดไว้ในระยะยาวได้ จึงไม่เห็นผลต่างในแง่ของน้ำหนักตัวของทั้งสองกลุ่มในระยะยาว

2. การใช้ยารักษาโรคอ้วน (Anti-obesity medications)
การใช้ยารักษาโรคอ้วนมีข้อบ่งชี้ในผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีดัชนีมวลกาย > 30 หรือ > 27 ร่วมกับมีโรคร่วม ในรายที่ทำการควบคุมอาหารและออกกำลังกายไม่ได้ผลเต็มที่ ยาที่ใช้ในการรักษาโรคอ้วนที่ได้การรับรองโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาว่ามีข้อบ่งใช้นั้นเป็นตัวยาที่ใช้ควบคุมความอยากอาหารเกือบทั้งหมด ยาในรูปแบบรับประทานหลายๆ ชนิดนั้นยังไม่ได้มีใช้ในประเทศไทย ในประเทศไทยจะมีใช้คือยาในกลุ่ม glucagon-like peptide-1 (GLP-1) receptor agonists เป็นหลัก ยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists นี้ถูกพัฒนาเป็นยารักษาโรคเบาหวานมาก่อน จึงมีการศึกษาผลของ cardiovascular outcomes ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานมาก่อนแล้ว ต่อมายาได้ถูกพัฒนามารักษาโรคอ้วนในขนาดยาที่ต่างไป จึงมีการศึกษาเพิ่มเติมตามมาในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยารักษาโรคอ้วน รายละเอียดการศึกษาที่สำคัญ ดังตาราง

ส่วนตัวยา Tirzepatide นั้น ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม dual agonist (GIP/GLP-1 receptor agonist) ได้รับอนุมัติในข้อบ่งชี้ในการรักษาเบาหวานและโรคอ้วนแล้ว แต่การศึกษาของผลต่อ cardiovascular effects ในระยะยาวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ทั้งการศึกษา SURPASS-CVOT และ SURMOUNT-MMO คาดว่าจะทราบผลราวปี พ.ศ. 2568-2570

3. การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric surgery)
พิจารณาในผู้ป่วยโรคอ้วนชนิดรุนแรง คือดัชนีมวลกาย > 40 หรือ > 35 ร่วมกับมีโรคร่วม เมื่อใช้การควบคุมอาหารและออกกำลังกายไม่ได้ผลเต็มที่ การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักนอกจากประโยชน์เรื่องลดน้ำหนักตัวได้มากแล้ว ยังสามารถทำให้โรคร่วมต่างๆ เช่น เบาหวานดีขึ้นหรือหายขาดได้ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด การศึกษาในรูปแบบ Randomized controlled clinical trials (RCTs) ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษาที่ไม่ใหญ่มากและติดตามผู้ป่วยในจำนวนปีที่จำกัด ดังนั้นข้อมูลของ cardiovascular outcomes และ mortality ในแง่ของ bariatric surgery ส่วนใหญ่จึงอยู่ในรูปแบบ matched cohort study แต่ในภาพรวมผลของการศึกษาในหลายๆ cohort ก็ออกมาในทิศทางเดียวกัน คือ bariatric surgery สามารถลด cardiovascular events(7, 8) และ mortality rate(9) ได้ และในกลุ่มผู้ป่วยที่มีเบาหวานก็พบว่าสามรถลด microvascular(10) and macrovascular(11) complication rates ได้


สรุป

โรคอ้วนสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของโรคหัวใจและหลอดเลือดและอัตราการตาย การลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าด้วยยารักษาโรคอ้วนที่ได้รับการอนุมัติหรือการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและอัตราการตายได้

 

เอกสารอ้างอิง
  1. Van Gaal LF, Mertens IL, De Block CE. Mechanisms linking obesity with cardiovascular disease. Nature. 2006;444(7121):875-80.
  2. Look ARG, Wing RR, Bolin P, Brancati FL, Bray GA, Clark JM, et al. Cardiovascular effects of intensive lifestyle intervention in type 2 diabetes. The New England journal of medicine. 2013;369(2):145-54.
  3. Marso SP, Daniels GH, Brown-Frandsen K, Kristensen P, Mann JF, Nauck MA, et al. Liraglutide and Cardiovascular Outcomes in Type 2 Diabetes. The New England journal of medicine. 2016;375(4):311-22.
  4. Marso SP, Bain SC, Consoli A, Eliaschewitz FG, Jodar E, Leiter LA, et al. Semaglutide and Cardiovascular Outcomes in Patients with Type 2 Diabetes. The New England journal of medicine. 2016;375(19):1834-44.
  5. 5. Davies MJ, Aronne LJ, Caterson ID, Thomsen AB, Jacobsen PB, Marso SP, et al. Liraglutide and cardiovascular outcomes in adults with overweight or obesity: A post hoc analysis from SCALE randomized controlled trials. Diabetes Obes Metab. 2018;20(3):734-9.
  6. Lincoff AM, Brown-Frandsen K, Colhoun HM, Deanfield J, Emerson SS, Esbjerg S, et al. Semaglutide and Cardiovascular Outcomes in Obesity without Diabetes. The New England journal of medicine. 2023;389(24):2221-32.
  7. 7. Doumouras AG, Wong JA, Paterson JM, Lee Y, Sivapathasundaram B, Tarride JE, et al. Bariatric Surgery and Cardiovascular Outcomes in Patients With Obesity and Cardiovascular Disease:: A Population-Based Retrospective Cohort Study. Circulation. 2021;143(15):1468-80.
  8. Sjostrom L, Peltonen M, Jacobson P, Sjostrom CD, Karason K, Wedel H, et al. Bariatric surgery and long-term cardiovascular events. JAMA. 2012;307(1):56-65.
  9. Carlsson LMS, Sjoholm K, Jacobson P, Andersson-Assarsson JC, Svensson PA, Taube M, et al. Life Expectancy after Bariatric Surgery in the Swedish Obese Subjects Study. The New England journal of medicine. 2020;383(16):1535-43.
  10. Singh P, Adderley N, Subramanian A, Gokhale K, Singhal R, Toulis KA, et al. The Impact of Bariatric Surgery on Incident Microvascular Complications in Patients With Type 2 Diabetes: A Matched Controlled Population-Based Retrospective Cohort Study. Diabetes Care. 2021;44(1):116-24.
  11. Fisher DP, Johnson E, Haneuse S, Arterburn D, Coleman KJ, O’Connor PJ, et al. Association Between Bariatric Surgery and Macrovascular Disease Outcomes in Patients With Type 2 Diabetes and Severe Obesity. JAMA. 2018;320(15):1570-82.

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก