รศ. พญ. ลัลลิยา ธรรมประทานกุล
สาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
โรคสมองอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบของสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง การรับรู้สติลดลง อาการชัก อาการอ่อนแรง เป็นต้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อที่ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบที่พบได้บ่อยในประเทศไทย เช่น ไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งก่อให้เกิดไข้เลือดออกและมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เชื้อไวรัสเจอี (Japanese encephalitis) มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค เชื้อไข้หวัดใหญ่ และเชื้อเริม (Herpes simplex virus) เป็นต้น นอกจากการติดเชื้อแล้วในเด็กอาจพบโรคสมองอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis) ซึ่งการอักเสบของสมองเกิดจากร่างกายของผู้ป่วยสร้างแอนติบอดี (antibody) ไปทำลายสมองของตนเอง autoimmune encephalitis มีหลายชนิดขึ้นกับชนิดแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้น ที่พบบ่อยในเด็กคือโรคสมองอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติต่อตัวรับเอ็นเอ็มดีเอ (anti-N-methyl-D-aspartate receptor encephalitis) ซึ่งเริ่มมีรายงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550
โรคสมองอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติต่อตัวรับเอ็นเอ็มดีเอส่วนใหญ่พบในเพศหญิง อายุระหว่าง 15 ถึง 40 ปี แต่สามารถพบได้ทุกอายุตั้งแต่อายุน้อยกว่า 1 ปีจนถึงอายุ 85 ปี ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะพบโรคนี้สัมพันธ์กับเนื้องอกที่รังไข่ (ovarian teratoma) โดยเฉพาะในผู้ป่วยหญิงอายุน้อยถึงวัยเจริญพันธุ์ ส่วนในเพศชายพบเนื้องอกน้อยมาก เนื้องอกชนิดอื่น ๆ ที่มีรายงานว่าพบร่วมด้วย ได้แก่ เนื้องอกของปอด เต้านม อัณฑะ เป็นต้น เมื่อนอกจากนี้ยังโรคสมองอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติต่อตัวรับเอ็นเอ็มดีเออาจเกิดตามหลังภาวะการอักเสบภายหลังการติดเชื้อสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส และผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่พบสาเหตุดังกล่าว
การวินิจฉัย
ในระยะแรกผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ต่อมาเริ่มมีอาการทางระบบประสาท ได้แก่ พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม สับสน หวาดระแวง หูแว่ว นอนไม่หลับ บางครั้งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะทางจิตเวช หลังจากนั้นจะเกิดอาการอื่น ๆ ได้แก่ อาการชัก การเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้อบิดเกร็งบางส่วนของร่างกาย เคลื่อนไหวซ้ำ ๆ เคี้ยวปาก แขนขากระตุกเป็นจังหวะ ๆ เป็นต้น ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาการนอน พูดน้อยลง บางรายอาจจะมีระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว การหายใจน้อยลง ความดันโลหิตขึ้น ๆ ลง ๆ กรณีที่เป็นรุนแรงอาจจะมีความรู้สึกตัวลดลง ซึมลง และโคม่า การวินิจฉัยได้จากการซักประวัติ การตรวจร่างกายและการตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกจากภาวะอื่น ๆ ที่มีการทำงานของสมองผิดปกติ เช่น สมองอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE เป็นต้น หลังจากนั้นอาจต้องมีการตรวจค้นเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือด การเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้าสมอง การตรวจน้ำไขสันหลัง เมื่อคิดถึงโรคนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันโดยวิธีจำเพาะคือการตรวจหาแอนติบอดีต่อตัวรับ NMDA ในเลือดและในน้ำไขสันหลัง ซึ่งการตรวจหาแอนติบอดีในน้ำไขสันหลังจะมีความไวสูงกว่าการตรวจในเลือดเพียงอย่างเดียว จะเห็นได้ว่าการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีโรคสมองอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติต่อตัวรับเอ็นเอ็มดีเอมีความซับซ้อนจึงอาจส่งผลให้ได้รับการวินิจฉัยล่าช้า
การบำบัดรักษา
การรักษามีทั้งการรักษาในระยะเฉียบพลัน และการรักษาระยะยาว การรักษาในระยะเฉียบพลันได้แก่การรักษาจำเพาะ ได้แก่ การให้ยาสเตียรอยด์ขนาดสูงหรืออิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (intravenous immunoglobulin, IVIg) ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมาเพื่อลดการอักเสบจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ การักษาเพื่อความคุมอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น อาการชัก พฤติกรรมวุ่นวาย การเคลื่อนไหวผิดปกติ พร้อมทั้งการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อบำบัดอาการที่หลงเหลืออยู่และเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำของโรค ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาดีโดยเฉพาะถ้าได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วภายในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มมีอาการ
- Graus F, Titulaer MJ, Balu R, Benseler S, Bien CG, Cellucci T, et al. A clinical approach to diagnosis of autoimmune encephalitis. Lancet Neurol. 2016 Apr;15(4):391-404.
- Cellucci T, Van Mater H, Graus F, Muscal E, Gallentine W, Klein-Gitelman MS, et al. Clinical approach to the diagnosis of autoimmune encephalitis in the pediatric patient. Neurol Neuroimmunol Neuroinflamm. 2020 Jan 17;7(2):e
- Giri YR, Parrill A, Damodar S, Fogel J, Ayed N, Syed M, et al. Anti-N-Methyl-D-Aspartate Receptor (NMDAR) Encephalitis in Children and Adolescents: A Systematic Review and Quantitative Analysis of Reported Cases. J Can Acad Child Adolesc Psychiatry. 2021 Nov;30(4):236-248.

