CIMjournal
BannerCVM 127

อาจารย์ นพ. นครินทร์ ศันสนยุทธ สาขาโรคหัวใจ


“ผมมาอยู่ในจุดปัจจุบันได้ อาศัยความรู้ทางการแพทย์แค่ส่วนหนึ่ง แต่มีที่สำคัญกว่า คือ การมี MAN หรือ Mindset, Attitude และ NTS ที่ดี”

พ.อ. รศ. ดร. นพ. นครินทร์ ศันสนยุทธ
รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร
ประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมโรคหลอดเลือดแดงแห่งประเทศไทย
แผนกโรคหัวใจ กองอายุรกรรมโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

แรงบันดาลใจในการเลือกเรียนแพทย์ โดยเฉพาะสาขาโรคหัวใจ

เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คุณแม่ คือ อาจารย์ พญ. ผุสดี ศันสนยุทธ ท่านจบแพทยศาสตร์ ศิริราช ก่อนท่านจะมาเป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตนเองก็เกิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเติบโตมาในบ้านพักแพทย์ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตั้งแต่เด็ก (ในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว)

โดยสมัยเรียนชอบวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีคุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดีจึงสนใจที่จะเรียนแพทย์ เลือกคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตามรอยคุณแม่ ตอนเรียนคลินิกได้ขึ้น ward med เป็น ward แรก โชคดีมากที่ได้มีโอกาสได้เรียนกับ ท่าน (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ) อาจารย์สุเอ็ด คชเสนีย์ อาจารย์ท่านเกษียณแล้วแต่ยังกรุณามาช่วยสอน bedside teaching ผมและเพื่อนน่าจะเป็น นศพ. รุ่นท้าย ๆ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะรุ่นสุดท้าย) ที่ท่านยังมาช่วยสอน ได้เรียนรู้ทักษะการตรวจร่างกายระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเป็นแพทย์โรคหัวใจมานับแต่ตอนนั้น

CVM-127

ตอนจบปี 6 ตั้งใจไปใช้ทุนต่างจังหวัดไกล ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องสมัครเข้าใช้ทุนกับกองทัพบก ตามคำขอร้องของคุณแม่ เนื่องจากคุณพ่อช่วงนั้นไม่สบายต้องรับการผ่าตัด ได้ไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลอานันทมหิดลจังหวัดลพบุรี เป็นโรงพยาบาลของทหารที่เดียวในประเทศไทยที่ใหญ่กว่าและมีแพทย์เฉพาะทางมากกว่า รพ.จังหวัด ถือเป็นโชคดีเพราะได้มีโอกาสได้ทำงานและดูแลผู้ป่วยเยอะมาก จำได้ว่าจะมีรถเมล์วิ่งมาจากในเมืองโดยป้ายสุดท้ายจะมาหยุดที่ในโรงพยาบาลพาคนไข้มารักษา พอรถเมล์จอดก็จะมีคนไข้กรูกันลงมากันจำนวนมาก ตอนนั้นมีความสนใจเรียนต่ออยู่ 2 สาขาวิชา คือ ออร์โธปิดิกส์ กับอายุรศาสตร์โรคหัวใจ แต่เนื่องจากตัวโรงพยาบาลอานันทมหิดลตั้งอยู่ที่ตีนเขาสามยอด ห่างออกมาจากในเมืองเล็กน้อย ไม่อยู่ในเส้นทางสัญจรหลัก ทำให้มีเคส trauma และอุบัติเหตุไม่มาก และมีจำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกไม่มากนัก แต่กลับกันที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยอายุรกรรมจำนวนมากมายมหาศาล ในที่สุดจึงตัดสินใจสมัครเรียนสาขาวิชาอายุรศาสตร์และอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า


เป้าหมายที่มีการตั้งไว้ในการเป็นแพทย์หรือการใช้ชีวิต

ข้อนี้ผมอาจจะตอบต่างจากคนอื่นไปบ้าง ผมอาจไม่มีเป้าหมายแบบว่า จะเป็นอะไร จะต้องได้อะไรเมื่อไหร่ มันอาจเป็นรูปธรรมไปบ้าง แต่เป้าหมายในการใช้ชีวิตของผมก็คือ ผมอยากเป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นหมอที่ดีของคนไข้ เป็นครูที่ดีของลูกศิษย์ เป็นพี่ที่ดีของน้อง เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน ๆ สุดท้ายเป็นคนที่ดีของสังคม ผมใช้หลักคิดนี้ในการใช้ชีวิตในทุก ๆ เรื่อง เวลาทำอะไรก็จะคอยคิดทบทวนว่า เรื่องที่ทำเป็นสิ่งที่ดีในภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบหรือบทบาทนั้นไหม มันอาจจะเป็นหลักคิดในการใช้ชีวิตด้วยก็ได้

อย่างปัจจุบัน ผมมีงาน 4 ด้านหลัก คือ งานบริการ (รักษาโรค สวนหัวใจ) งานสอนและบรรยาย งานวิจัยและวิชาการ และงานบริหาร

โดยที่งานบริการปัจจุบันเป็นอายุรแพทย์หัวใจและเป็น interventional cardiologist  ทำงานดูแลผู้ป่วยและสวนหัวใจให้คนไข้ที่ รพ. พระมงกุฎเกล้า ซึ่งการตรวจรักษาคนไข้เป็นงานที่ตัวเองชอบมากที่สุดและตั้งใจว่าจะทำไปตลอด ถ้าให้เลือกทำได้แค่อย่างเดียวใน 4 อย่างนี้ก็จะไม่ลังเลที่จะเลือกดูแลรักษาคนไข้เป็นหลัก กลับกันถ้าให้ทำงานวิจัย หรือให้ทำงานด้านบริหารอย่างเดียวโดยไม่ให้ดูคนไข้โดยส่วนตัวไม่เอาแน่นอน เรื่องนี้แน่นอนว่า ผมมีเป้าหมายในการเป็นหมอที่ดีสำหรับคนไข้

สำหรับงานสอนและบรรยาย เป็นเรื่องที่ผมทำได้ดีและสนุกกับงานนี้ ผมมีเป้าหมายในการเป็นครูที่ดีของลูกศิษย์ โดยผมได้พัฒนาตัวเองให้สามารถสื่อสารเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ทำให้การเรียนการสอนนอกจากจะได้ความรู้ เกร็ดต่าง ๆ มุมมอง แนวความคิดแล้ว ยังได้ความสนุกสนานจากการบรรยายของผมอีกด้วย

งานถัดไปที่ทำมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลัง คืองานวิจัยทางการแพทย์ ก็เป็นอีกงานที่ถนัดและได้รับมอบหมายงานด้านนี้เยอะมาก อาจเป็นเพราะตนเองจบปริญญาเอก ด้านระบาดวิทยาคลินิกมาโดยตรง และที่ผ่านมาชอบทำงานวิจัยที่เน้นเรื่องง่าย ๆ แต่นำไปใช้ได้จริง ทำให้มีผลงานเชิงประจักษ์ออกมาให้เห็น 

ท้ายสุดคือเรื่องงานบริหาร ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผลงานบริหารองค์กร สมาคม โครงการ หรือ หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายได้ผลดีเยี่ยมมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่าเป็นงานด้านที่มีความถนัดและประสบการณ์น้อยที่สุด ทั้งยังมีความชอบน้อยที่สุด เรียกว่า ถึงจะทำได้ดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่เป็น passion ของตนเอง อย่างไรก็ตามล่าสุดในปีก่อนหน้านี้ได้รับมอบหมายตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ได้ดูแลหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานหลักด้านงานวิจัยของกรมแพทย์ทหารบก ก็ยิ่งทำให้ได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านบริหารมากขึ้น


ที่ผ่านมาเป้าหมายที่สำเร็จ เกิดจากอะไร

ถึงแม้ผมจะเป็นคริสต์ศาสนิกชน แต่ก็ใช้หลักคำสอนทางพุทธศาสนาหลายอย่างในการดำเนินชีวิต หลักหนึ่งที่ผมใช้มาโดยตลอดและทำให้ประสบความสำเร็จในหลาย ๆ ครั้ง คือ อิทธิบาท 4 คือ ให้เราชอบและรักในสิ่งที่เราทำ เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี อย่างผมเองมีความรักในวิชาชีพแพทย์และชอบที่จะดูแลคนไข้ ทำให้เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในฐานะแพทย์ นอกจากนั้นก็ต้องมีความวิริยะ ขยัน หมั่นเพียร อดทน ไม่ย่อท้อ และมีความตั้งใจในการทำงาน ท้ายสุดคือต้องมีการวิเคราะห์ ทบทวน ประเมิน และวางแผน ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราทำได้

อีกเรื่องที่โดยส่วนตัวยึดเป็นหลักใหญ่ในการทำงานให้เป้าหมายสำเร็จ คือ ผมเชื่อว่า ทุกอย่างสามารถทำให้สำเร็จได้ ถ้าเรามีคนที่เหมาะที่ใช่ มาให้ความช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันหลายอย่างเราไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวเราคนเดียว ถ้าเรามีเพื่อน หัวหน้า ผู้ใหญ่ หรือ ลูกน้อง ที่เหมาะสมกับงานนั้นมาให้ความช่วยเหลือก็จะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ บางคนอาจแย้งว่า หลายอย่างทำคนเดียวก็ประสบความสำเร็จได้มาโดยตลอดไม่เห็นต้องไปง้อใครหรือต้องไปหาใครมาช่วย ผมก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว ถ้ามีคนที่เหมาะสมมาช่วย อาจทำให้ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น เร็วขึ้น หรือมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาก็ได้ สุภาษิตกล่าวไว้ว่า นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ย่อมขึ้นที่สูงไม่ได้ เราทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับการมีเพื่อนที่ดี เลือกทำงานให้เจ้านายที่ดี และดูแลลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี เพราะทุกคนเหล่านี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตของเรา

ที่กล่าวมาข้างต้นก็จะสอดคล้องกับหลักมงคลชีวิต 38 ประการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมนำมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะประการที่ 1 ไม่คบคนพาล และประการที่ 2 การคบบัณฑิต คือถ้าเราห่างไกลจากคนพาล หรืออาจเป็นคนดีแต่ถ้าเขาไม่ถูกจริตกับเรา อยู่ใกล้หรือคบไปก็จะไม่มีความสุข เป้าหมายก็ไม่สำเร็จ ชีวิตก็ไม่เป็นมงคล ขณะเดียวกันการคบบัณฑิตก็จะเป็นกัลยาณมิตรให้เรา เราจะได้รับพลังบวก แรงบันดาลใจ ได้เห็นตัวอย่างที่ดี คอยว่ากล่าวหรือเตือนสติเรา ชีวิตก็จะมีความสุข เป้าหมายก็สำเร็จ นับเป็นมงคลแก่ชีวิตเราเป็นอย่างยิ่ง

 

“มีหลายครั้ง
ที่เป้าหมายไม่สำเร็จ
หรือสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ดั่งใจ
ผมมีคาถาที่ใช้มาตลอด
และได้ผลดี คือ
ล้ม เรียน ลุก เริ่ม”


มีบางครั้งที่เป้าหมายไม่สำเร็จเกิดจากอะไร ควรปรับปรุงเรื่องอะไร

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตของทุกคนก็จะไม่ได้สมดังใจหวังไปเสียทุกครั้ง ส่วนตัวก็มีหลายครั้งที่เป้าหมายไม่สำเร็จ หรือสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ดั่งใจ โดยส่วนตัวมีคาถาที่ใช้มาโดยตลอดและได้ผลดี คือ “ล้ม เรียน ลุก เริ่ม (อย่างรวดเร็ว) ” หมายความว่า เมื่อเราล้ม อาจจะเป็นเป้าหมายไม่สำเร็จหรือผิดหวังจากสิ่งต่าง ๆ  เราควรเรียนรู้จากมัน พิจารณาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีอะไรที่เราจะทำให้ดีกว่านี้ในครั้งหน้าหรือไม่ มีบทเรียนอะไรที่เราได้เรียนรู้ (เช่น เพื่อนบางคนคบไม่ได้ หรือ โลกบางครั้งไม่ได้สวยอย่างที่เราคิด ฯลฯ) จากนั้นคือขั้นตอนที่สำคัญและยากที่สุด คือ การลุกขึ้นให้เร็ว อย่าจมอยู่กับความผิดหวัง ท้อแท้ และความคิดเชิงลบ ซึ่งพูดง่ายแต่ทำได้ยาก โดยส่วนตัวผมเองหลายครั้งก็ยังลุกจากการล้มบางครั้งได้ช้ากว่าที่ควรเป็น ท้ายสุดให้เริ่มใช้ชีวิตของเราต่อไป เริ่มที่จะพุ่งไปหาเป้าหมายต่อไป ไม่ว่าจะยังเป็นเป้าหมายเดิม หรือ เป็นเป้าหมายใหม่ในชีวิต หากทำได้ดังนี้ก็จะสามารถก้าวข้าม อุปสรรค ความผิดหวังและความล้มเหลวในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานได้  มันไม่สำคัญว่าเราจะล้มกี่ครั้ง ถ้าเรา เรียนรู้จากมัน ลุกให้เร็ว และ เริ่ม move on ให้ได้ ความล้มเหลวและผิดหวังแต่ละครั้งก็จะยิ่งสร้างความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดีและมีคุณค่าให้กับตัวเรา

CVM 127


มีมุมมองต่อความสำเร็จ การเอาชนะอุปสรรคของชีวิตอย่างไร

ผมเป็นตัวอย่างของแพทย์ธรรมดา ที่มีความสุขในการใช้ชีวิต โดยมีหลักคิดหลักปฏิบัติประมาณหนึ่ง ไม่ได้มีเรื่องที่โดดเด่นเป็นเกียรติประวัติอะไร แล้วถ้าถามต่อว่า นิยามความสุขในการใช้ชีวิตของผมเป็นอย่างไร ผมจะตอบว่าก็จะเป็นการมีสุขภาพที่ดี ทำหน้าที่ที่เราควรทำอย่างเต็มที่ พยายามรายล้อมรอบตัวด้วยสิ่งดีๆและกัลยาณมิตร โดยผมจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญและเซนซิทีฟกับคนที่อยู่รอบข้างมาก ถ้าคนรอบข้างไม่มีความสุข ผมจะไม่มีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็จะพยายามดูแลคนที่อยู่วงในที่เราต้องติดต่ออยู่เป็นประจำให้มีความสุข เช่น ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ดูแลลูก ๆ ดูแลคนไข้ ดูแลลูกศิษย์ ดูแลเพื่อน ๆ ให้เขามีความสุขตามแต่บทบาทหน้าที่ของผม ซึ่งเรื่องเงินอาจไม่ใช่เป้าหมายหลัก


ในอดีตที่ผ่านมาเวลาประสบปัญหาแก้อย่างไร  หรือปรึกษาใคร

ก็คงเหมือนกับทุกคนที่การดำเนินชีวิตต้องเจอกับปัญหา โดยส่วนตัวผมให้ความสำคัญกับครอบครัว ถ้าเป็นเรื่องงานจะปรึกษากับคุณพ่อ คุณแม่และน้องสาว ส่วนเรื่องทั่วไปอื่น ๆ มักปรึกษากับภรรยา นอกจากนั้น ในหลายครั้ง ก็ได้กัลยาณมิตรที่ช่วยรับฟังและให้ข้อคิดคำแนะนำ ช่วยให้มีมุมมองที่กว้างขึ้นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ

CVM 127


บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน

คนแรกเลยคือ คุณแม่ ซึ่งเป็นต้นแบบในเรื่องของความมีเมตตา มีจิตสาธารณะ ชอบดูแลคนไข้ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งยังเป็นต้นแบบในเรื่องของการทำงานหนัก และ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ส่วนคุณพ่อจะเป็นต้นแบบในด้านความเรียบง่าย สุภาพ ถ่อมตน สมถะ และให้เกียรติผู้อื่น ตัวผมเองโชคดีมากที่ได้ซึมซับสิ่งที่ท่านทั้งสองได้เป็นแบบอย่างและนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตของผม

ส่วน แพทย์ที่เป็นต้นแบบในดวงใจ คือ ศ. นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา ท่านเป็นแพทย์ที่เก่ง เป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ เป็นอาจารย์ที่สอนเก่งสามารถสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ทุกเรื่อง เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในทุกด้าน และที่สำคัญท่านเป็นคนดี ที่เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของผมมาโดยตลอด


คติหรือหลักการที่ยึดถือปฏิบัติในการดำเนินชีวิต

หลักการที่ยึดถือและปฏิบัติมาตลอด คือ รักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง ซึ่งเป็นหลักสอนของศาสนาคริสต์ (ผมและครอบครัวเป็นคาทอลิก) ทำให้จะนึกถึงคนรอบข้างและดูแลทุกคนเท่าที่ทำได้ ทำให้มีเพื่อนและมีคนรักใคร่จำนวนมาก ต่อมาเมื่อมาเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็ได้ซึมซับเอาคำขวัญของมหาวิทยาลัยมหิดล “อัตตานัง อุปมัง กเร” (เอาใจเขามาใส่ใจเรา) มาเสริมในการดำเนินชีวิตประจำวันรวมถึงการทำงานดูแลผู้ป่วยด้วย ทำให้เรามี empathy ต่อคนไข้และญาติ รักษาดูแลคนไข้เสมือนเขาเป็นญาติของเรา

นอกจากนั้น ตอนที่รับน้องข้ามฟากมาที่ศิริราชและไปถวายสัตย์ต่อหน้าพระบรมรูปพระราชบิดา ได้น้อมนำคำสอนและพระราชดำรัสของพระราชบิดา ที่ “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ ให้บริสุทธิ์” ซึ่งคำสอนนี้อยู่ในใจผมตลอดเวลา และเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิตในฐานะแพทย์ของผมมาโดยตลอด

ท้ายสุด อันนี้ขำ ๆ แต่อยากแชร์ เวลาที่ทำงานเหนื่อย แต่ได้ค่าตอบแทนน้อย (เนื่องจากรับราชการ) ก็จะนึกถึงคำสอนอีกคำสอนหนึ่งของพระราชบิดาที่รับสั่งไว้ว่า “อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีจะไม่ร่ำรวย แต่ไม่อดตาย ถ้าใครอยากร่ำรวย ก็ควรประกอบอาชีพอื่น” พอคิดถึงคำสอนนี้ก็ทำให้มีพลังในการทำหน้าที่ของการเป็นแพทย์ที่ดีต่อไป 

CVM 127


มองการแพทย์ของเมืองไทยว่าอย่างไร ทิศทางอนาคตเป็นอย่างไร

โลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากในทุกมิติ ด้านเทคโนโลยี หลายอย่างก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและกลายมาเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งในทางการแพทย์ เรื่องของ Big data, Internet of Things (IOT), Blockchain technology, wearable devices, Robotics, Artificial intelligence (AI), Machine learning, Telemedicine เหล่านี้กลายเป็นส่วนที่สำคัญของการแพทย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปแล้ว

ด้านผู้ป่วยที่เราดูแล ตอนนี้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงวัยเรียบร้อยแล้ว และจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ดังนั้นคนไข้ของเราก็จะมีอายุเฉลี่ยมากขึ้น มีโรคประจำตัวและมีความซับซ้อนมากขึ้น

ส่วนของตัวโรคเอง จะมี Emerging disease ใหม่ ๆ ออกมาอย่างแน่นอน เหมือนที่ทั่วโลกประสบกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อยู่ในปัจจุบัน

ด้านการรักษา ในอนาคต gene therapy จะมีความสำคัญมากขึ้น การรักษาคนไข้จะมีความเป็น personalized medicine มากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านสังคม ที่สำคัญ คือ จะมีการฟ้องร้องแพทย์มากขึ้นในอนาคต อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะการฟ้องร้องแพทย์ที่มากขึ้น ไม่ใช่ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของแพทย์เท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อวิธีที่แพทย์จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมในอนาคตด้วย แพทย์จะตรวจรักษาแบบ defensive medicine คือ กลัวจะถูกฟ้องร้อง โดยจะส่ง investigation เยอะมาก (เกินความจำเป็น) ทำให้ค่าใช้จ่ายในระบบบริการสาธารณะสุขสูงมากขึ้น จะมีการละเว้นในการทำหัตถการหรือการรักษาผู้ป่วยหลายอย่างที่อาจจะนำไปสู่การถูกฟ้องร้อง จนทำให้สุดท้ายผลร้ายที่สุดก็ไปสู่ผู้ป่วยนั่นเอง จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคน(เช่น นักการเมือง คนออกกฎหมาย ศาล อัยการ และประชาชนทุกคนไม่เฉพาะแพทย์) ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้


ข้อแนะนำให้แพทย์รุ่นใหม่ว่าจะประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร

เนื่องจากสถานการณ์ของโลก และสภาวะสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แพทย์รุ่นใหม่ควรต้องมีความสามารถในการปรับตัวสูง เรื่องความรู้ความสามารถทางการแพทย์ยังต้องยึดถือเป็น core competency ที่เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่มีความรู้ให้การรักษาคนไข้ผิด ผลการรักษาไม่ดีก็ไม่มีทางเป็นแพทย์ที่ดีได้

แต่อย่างไรก็ตาม การมีความรู้ดีอย่างเดียวในยุคปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ ยังมีเรื่องของ Non-technical skill (NTS) ที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแพทย์ในปัจจุบัน และอีกสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นแพทย์ที่เก่ง ดี ประสบความสำเร็จ ต่างจากแพทย์คนอื่น ๆ ทั่วไป ก็คือ Attitude กับ Mindset ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ควรศึกษา เรียนรู้ ปรับ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวที่ผมมาอยู่ในจุดปัจจุบันได้ อาศัยความรู้และทักษะทางการแพทย์แค่ส่วนหนึ่ง แต่คิดว่าจุดเด่นที่สำคัญกว่าของตนเองก็คือ 3 สิ่งนี้ (MAN: Mindset, Attitude, NTS)

CVM 127

นอกจากนั้นการจะประสบความสำเร็จ ในความคิดของผม ควรต้อง รู้จักเป้าหมายของแต่ละคน คือ ต้องรู้จักเป้าหมาย (goal) ที่เราอยากได้อยากเป็นให้ชัดเจน รู้จักตนเอง คือรู้จุดแข็งและข้อจำกัดของเรา มี self-awareness และต้องรู้จักปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากมีความรู้จักในสิ่งเหล่านี้ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจ

สำหรับแพทย์ในสาขาโรคหัวใจและหลอดเลือดผมอยากจะเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า Cardiology เป็นสาขาที่ให้ความสำคัญกับ evidence-based medicine เป็นอย่างมาก และเป็นสาขาที่มีข้อมูลใหม่ๆ จำนวนมากตลอดเวลา จำเป็นที่จะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ สิ่งที่เคยเป็นสิ่งที่ดีในอดีต อาจเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ควรทำ หรือกลายเป็นสิ่งที่ดีไม่พอในการรักษาผู้ป่วยในปัจจุบันก็เป็นได้ นอกจากนั้นการดูแลผู้ป่วยโดยใช้ evidence based medicine ยังมีอีก 2 ส่วนซึ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่า research evidence นั่นคือ ต้องพิจารณา clinical expertise and patient values/preference ร่วมด้วยเสมอในการดูแลและรักษาคนไข้

 

 

PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก